หนังสือรายชื่อพืชในประเทศไทย Plant in Thailand Book

หนังสือรายชื่อพืชในประเทศไทย Plant in Thailand Book

หนังสือทะเบียนรายชื่อพืชในประเทศไทย (Plant in Thailand Book) เล่ม 1 โดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

หนังสือรายชื่อพืชในประเทศไทย Plant in Thailand Bookดาวน์โหลด >>
http://chm-thai.onep.go.th/chm/Doc/Publication/List_of_registered/ChecklistPlantVol1.pdf

ที่มา http://chm-thai.onep.go.th/chm/publication.html

ความรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก Science for Kids

ความรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก Science for Kids

1. Easy Science for Kids เป็นแหล่งความรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก อาจารย์ และผู้ปกครอง ให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์, พืช, ร่างกายมนุษย์, โลก, อากาศ, อวกาศ, สิ่งมหัศจรรย์ของโลก, บุคคลสำคัญ เป็นต้น
http://easyscienceforkids.com/

 

2. ESA Kids เว็บไซต์แหล่งความรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก  จัดทำโดย The European Space Agency (ESA) ให้ความรู้เกี่ยวกับจักรวาล อวกาศ เทคโนโลยี และโลก  ผ่านตัวการ์ตูนอะนิเมชัน
www.esa.int/esaKIDSen/index.html

Science for kids ความรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก

 

3. National Geographic Kids https://www.natgeokids.com/nz/

ความรู้วิทยาศาตร์สำหรับเด็ก

 

4. สื่อการเรียนรู้ ชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ แหล่งความรู้วิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับท้องฟ้า ระบบสุริยะ ดาวฤกษ์ กาแล็กซี และเอกภพ การเปลี่ยนแปลงสภาวะของโลก บรรยากาศ น้ำ ธรณี สิ่งมีชีวิต http://portal.edu.chula.ac.th/lesa_cd/assets/document/lesa212/media.html

ความรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก

ความรู้วิทยาศาสตร์ Science Knowledge

ความรู้วิทยาศาสตร์ Science Knowledge

  • ความรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง กำเนิดสิ่งมีชีวิต
    สถาบันนวัตกรรมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล
    www.il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/Less2_1.html
  • ความรู้วิทยาศาสตร์ ศูนย์เรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์
    www.lesa.biz/earth/earth-system/earth-origin
  • ความรู้วิทยาศาสตร์ ข่าวสารวิทยาศาตร์รอบโลก
    https://todayinsci.com
  • ความรู้วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์อังกฤษ Science Museum United Kingdom
    www.sciencemuseum.org.ukhttps://learning-resources.sciencemuseum.org.uk/resources
  • ความรู้วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ไต้หวัน  National Taiwan Science Education Center
    https://en.ntsec.gov.tw/User/index.aspx
  • ความรู้วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ฮ่องกง Hong Kong Science Museum
    http://hk.science.museum/en_US/web/scm/index.html
  • ความรู้วิทยาศาสตร์ ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์สิงคโปร์ Science Centre Singapore
    www.science.edu.sg/Pages/SCBNewHome.aspx
  • ความรู้วิทยาศาสตร์ Discover South Kensington the home of science, arts and inspiration
    www.discoversouthken.com
  • ความรู้วิทยาศาสตร์ Natural History Museum www.nhm.ac.uk
  • ความรู้วิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ www.nsm.or.th
  • ความรู้วิทยาศาสตร์ ศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี สสวท. learningspace.ipst.ac.th
  • ความรู้วิทยาศาสตร์ วารสารความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ London’s Science Museum (ภาษาอังกฤษ) journal.sciencemuseum.ac.uk
  • ความรู้วิทยาศาสตร์ Ronald Laboratory indica.ucdavis.edu
  • ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี www.stkc.go.th
  • สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย klc.tistr.or.th
  • ความรู้วิทยาศาสตร์ ภาพจากคำนวณด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ แสดงกระแสลม : ทิศทาง & ความเร็ว ที่ระดับความสูงต่างๆ (ใช้ค่าความกดอากาศ) ข้อมูลมหาสมุทร : กระแสน้ำ อุณหภูมิผิวน้ำ และคลื่นองค์ประกอบของอากาศ : องค์ประกอบทางเคมี & อนุภาค earth.nullschool.net
  • สื่อการเรียนรู้ ชุดวิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ พัฒนาโดยศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (LESA) สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุน การวิจัย (สกว.) portal.edu.chula.ac.th/lesa_cd/assets/document/LESA212/index.html, portal.edu.chula.ac.th/lesa_cd/assets/document/LESA212/media.html
  • บล็อกความรู้วิทยาศาสตร์ scienceisbeauty.tumblr.com
  • ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี STKS-Science and Technology Knowledge Services สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ stks.or.th
  • ความรู้ดาราศาสตร์ http://is-universe.com, https://www.facebook.com/AstrophysicsAndAstronomy?_rdr=p
  • Anatomy of Cerebral Hemispheres http://www.rahulgladwin.com/noteblog/neurology/cerebrum-higher-integrative-functions.php
  • Evolution http://www.pbs.org/wgbh/evolution/index.html

คำศัพท์ภาษาอังกฤษตารางธาตุ Periodic Table of the Elements

เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ คำศัพท์ภาษาอังกฤษตารางธาตุ Periodic Table of the Elements 

เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ คำศัพท์ภาษาอังกฤษตารางธาตุ Periodic Table of the Elements

เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ คำศัพท์ภาษาอังกฤษตารางธาตุ Periodic Table of the Elements

Continue Reading →

ภาพพระอาทิตย์ ดาวเคราะห์ทั้ง 8 พลูโต (Pluto) และเสียงจากอวกาศ

ภาพพระอาทิตย์ ดาวเคราะห์ทั้ง 8 พลูโต (Pluto)

ท่องเที่ยวในอวกาศ ชมพระอาทิตย์ ดาวเคราะห์ทั้ง 8 และพลูโต (Pluto) ภายใน 2 นาที

ที่มา: Los Angeles Times https://www.facebook.com/latimes/videos/10153534218883010

 

เสียงจากอวกาศที่นาซาบันทึกไว้

The Eerie Sounds of Saturn

Miranda-sounds from space

The Neptune’s sounds

The “Voice” of our Earth

Cymatics-The Sounds of Saturn-from Voyager: Sounds of the Cosmos

Jupiter sounds (So Strange!)

ข้อมูลเพิ่มเติมและที่มา: http://science-tech.damn.com/nasa-space-sound/
เรียบเรียง: Learningstudio.info

รวมบทความเกี่ยวกับ พลูโต (Pluto)

รวมบทความเกี่ยวกับ พลูโต (Pluto)

ว่าด้วยเรื่องของพลูโต (Pluto)

พลูโตเป็นดาวเคราะห์หรือไม่?
– ไม่เป็นครับ จากการประชุมของ IAU ในปี 2006 ได้ลงความเห็นกันว่าปัจจุบันพลูโตเป็นเพียงดาวเคราะห์แคระ ไม่ใช่ดาวเคราะห์ และนี่ก็ยังเป็นนิยามที่ใช้อยู่

แล้วทำไมตอนแรกถึงได้ให้พลูโตเป็นดาวเคราะห์?
– มีเหตุผลหลายอย่าง อย่างแรกคือ ก่อนหน้าพลูโต ได้มีการค้นพบดาวเคราะห์ยูเรนัส และเนปจูนได้ไม่นาน คนทั่วไปจึงพยายามที่จะหา “ดาวเคราะห์ดวงที่เก้า” และเมื่อเจอพลูโต ก็เลยคิดว่านี่คือดาวเคราะห์ที่กำลังหาอยู่ บวกกับการคาดคะเนขนาดผิดพลาด (ดาวพลูโตสว่างมาก ซึ่งตอนแรกนักดาราศาสตร์เข้าใจว่าเป็นเพราะว่ามันต้องใหญ่มาก จนมาพบเอาภายหลังว่าที่แท้จริงแล้วดาวพลูโต “ขาว” มากต่างหาก) ทำให้เราเรียกพลูโตว่าดาวเคราะห์ตั้งแต่นั้นมา

แล้วทำไม IAU ถึงต้องไปเปลี่ยนให้ไม่ใช่ดาวเคราะห์?
– ปัญหาที่แท้จริงของพลูโต ไม่ใช่เป็นเพราะดาวพลูโตเอง แต่มาจากการค้นพบดาวเคราะห์แคระดวงอื่นในระบบสุริยะ เช่น Ceres Eris Haumae Makemake Sedna ฯลฯ ซึ่งบางดวงมีขนาดใกล้เคียง หรือใหญ่กว่าพลูโตด้วยซ้ำ (ในกรณีของ Eris) ทำให้เกิดข้อสงสัยที่ว่า ดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้ควรจะเป็นดาวเคราะห์ด้วยหรือไม่? ซึ่งหากพลูโตเป็นดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้ก็ควรจะเป็นดาวเคราะห์ด้วย และเราจะมีดาวเคราะห์ในระบบสุริยะหลายสิบ หรือหลายร้อยดวง หรือเราก็ไม่ให้ดาวเหล่านี้เป็นดาวเคราะห์เลย และแยกเป็นอีกประเภทหนึ่ง เรียกว่า “ดาวเคราะห์แคระ” ซึ่งทางเลือกที่สองเป็นทางที่ IAU เลือกใช้ไปในปี 2006

ทำไมดาวพลูโตจึงไม่ใช่ดาวเคราะห์ตามนิยามของ IAU ในปี 2006?
– IAU นิยามว่าดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจะต้องมีคุณสมบัติสามประการ นั่นคือ
1. ต้องโคจรรอบดวงอาทิตย์
2. มีมวลมากพอที่จะมีรูปร่างคล้ายทรงกลม
3. ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ในวงโคจร
ซึ่งดาวพลูโตได้ผ่านเงื่อนไขสองข้อแรก แต่ไม่ผ่านในข้อที่ 3 IAU จึงได้นิยามดาวเคราะห์แคระขึ้นใหม่ โดยเป็นดาวที่ผ่านเงื่อนไขทั้งสองข้อแรก รวมกับดาวแคราะห์แคระอื่นรวมทั้งสิ้น 5 ดวง นั่นคือ Ceres Pluto Haumae Makemake Eris

ข่าวบอกว่าพลูโตกลับมาเป็นดาวเคราะห์อีกครั้งหนึ่ง แล้วสรุปว่าดาวพลูโตกลับมาเป็นดาวเคราะห์อีกครั้งหนึ่งหรือไม่? เกิดอะไรขึ้น?
– ไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ Harvard-Smithsonian Center for Astrophysics ได้จัดการเสวนาขึ้น โดยนักดาราศาสตร์สามคนได้ถกเถียงกันเรื่องของนิยามของดาวเคราะห์ที่ควรจะเป็น และได้ลองให้ผู้ชมได้ทำการโหวตดูว่านิยามใดที่เขาชื่นชอบที่สุด ผลก็คือคะแนนเสียงว่า “ดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์” ได้รับความนิยมมากที่สุด

สรุปว่าพลูโตเป็นดาวเคราะห์?
– ไม่ใช่ อย่าลืมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการเสวนา และการโหวตลงคะแนนกันของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งในห้องเสวนา สิ่งนี้อาจเปรียบได้กับนักเรียนโรงเรียนหนึ่งตัดสินใจลงคะแนนโหวต แล้วตกลงกันว่าจะเรียกสุนัขว่าเป็นสัตว์ปีก โดยที่ไม่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานใดๆ ทั้งสิ้น ผลจากการโหวตดาวพลูโตนี้ไม่ได้รับการยอมรับโดย IAU จึงเป็นเพียงคำพูดปากเปล่า และปัจจุบันนิยามสากลที่ตกลงกันก็คือนิยามของ IAU ที่นิยามเอาไว้เมื่อปี 2006 นั่นคือดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์แคระ และไม่ใช่ดาวเคราะห์ จนกว่า IAU จะมีการนิยามดาวเคราะห์เสียใหม่
ที่มา : 

—————————————————————————————————————————————–

มารู้จักกับพลูโต (Pluto) คร่าวๆ กัน พลูโต (Pluto) ถูกค้นพบปี ค.ศ. 1930 ตอนนี้รู้แล้วว่ามันขนาดเส้นผ่าแค่ 2370 กม. ขณะที่ดวงจันทร์แชรอนของมัน ขนาดราวครึ่งนึง และอีก 4 ดวงจันทร์ขนาดแค่ 20-80 กม. (จิ๋วมาก)

pluto

ราว 10 ปีก่อน ยาน Voyager 1 สามารถจะแวะไปถ่ายรูปมันได้ (ยานนี้แหล่ะ ทำให้เราเห็นดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ชัดๆ เป็นครั้งแรกของโลก) แต่คนบังคับที่นาซ่าเลือกไปสำรวจไททั่น (ดวงจันทร์ดาวเสาร์) แทน
มวลของพลูโต (Pluto) นั้นแค่ราว 1/6 ของดวงจันทร์ของโลกเรา มันใช้เวลา 248 ปีในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ วงโคจรทำมุมเอียงๆทั้งนี้ ไม่กี่ปีก่อน กล้องยักษ์ฮับเบิ้ลนอกโลก วิเคราะห์ดาวพลูโตโดยใช้ spectrometer พบว่าชั้นบรรยากาศอันเบาบางของมันประกอบไปด้วยก๊าซไนโตรเจน (เหมือนโลกเรา) มีเธน และ CO แต่เบาบางขนาดว่า ความดันบรรยากาศบนผิวต่ำกว่าโลกราวแสนเท่า จากข้อมูลฮับเบิ้ล คาดกันว่าผิวดาวประกอบไปด้วยน้ำแข็งไนโตรเจนในชั้นบน น้ำแข็ง H2O ในชั้นต่อไป และชั้นหินในชั้นแกนดาว เนื่องจากโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี เมื่อไกลสุด จะหนาวมากจนก๊าซไนโตรเจนแข็งตัวและตกลงบนผิวดาว (เหมือนหิมะตก) นักวิทย์ยังคาดการว่าลึกลงไป 100-180 กม. อาจมีมหาสมุทรน้ำ H2O ได้
ทั้งนี้ การที่มีก๊าซมีเธน บนดาวนั้น บ่งบอกให้เห็นว่า อาจมีสิ่งมีชีวิต เช่นเดียวกับ ไททั่น และ ยูโรป้า (ดวงจันทร์ดาวพฤหัส) หุ่น Curiosity ของนาซ่าทุกวันนี้บนดาวอังคารก็หาหลักฐานก๊าซมีเธนเพื่อบ่งบอกว่ามีสิ่งมีชีวิตได้ในอดีต เพราะในอดีตดาวอังคารนั้นมีน้ำไหลแน่นอน แต่พลูโตนั้นไกลจากดวงอาทิตย์มากๆๆๆ จึงไม่มีน้ำ H2O บนดาว (แต่อาจมีลึกลงไปใต้พิภพ เช่นเดียวกับยูโรป้า)
ทั้งนี้ การที่ยาน New Horizons จะบินใกล้มากในวันนี้ จะใช้เวลา 24 ชม. ในการเก็บข้อมูลหลายๆ อย่างที่จะทำให้เรารู้ชัดเรื่องพวกนี้มากกว่ากล้องฮับเบิ้ลยิ่งนัก แต่กว่าข้อมูลธรณีและเคมีจะส่งมาโลกหมดจะใช้เวลาราว 16 เดือน
ดร. ไพโรจน์ ฉัตรอนันทเวช
ที่มา: https://www.facebook.com/tsunamithailandCaltech

—————————————————————————————————————————————–

1. ดาวพลูโตถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1930 (85 ปีที่แล้ว) โดย ไคลด์ ทอมบอ (Clyde W. Tombaugh) ที่หอดูดาวในรัฐอริโซน่า ตอนนั้นเขาอายุแค่ 24 ปี
2. นาซ่านำเถ้าอังคารของเขาส่วนหนึ่งติดด้านหน้ายาน New Horizons ไปด้วย ตามคำขอก่อนตายของเขา และเพื่อให้เขาเป็นคนแรกที่ได้เห็นดาวเคราะห์ที่เขาเป็นผู้ค้นพบ
3. ดาวพลูโตมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าดวงจันทร์ของโลก 1,108 ก.ม.
4. เส้นผ่านศูนย์กลางของพลูโตคือ 2,370 ก.ม. หรือถ้าบินเป็นเส้นตรงก็ประมาณดอนเมืองไปเชียงใหม่ x 4
5. รูปเทียบขนาดโลกกับดาวพลูโต ส่วนดวงเล็กนั่นคือ คารอน (Charon) ดวงจันทร์ที่ใหญ่สุดของพลูโต
6. ดาวพลูโตใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์รอบละ 248 ปี
7. ระยะใกล้สุดที่ยาน New Horizons เจอกับดาวพลูโต คือ 12,500 ก.ม. (ตึกใบหยกต่อกัน 41,120 ตึก)
8. พลูโตถูกลดชั้นให้เป็นแค่ดาวเคราะห์แคระ และถูกเฉดหัวออกจากครอบครัวระบบสุริยะเมื่อปี 2006โดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (IAU) ด้วยเหตุผลว่ามันมีมวลน้อยเกินกว่าจะเป็นทรงกลมด้วยแรงโน้มถ่วงของตัวเอง และพบดาวอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโตที่ขอบระบบสุริยะ

พลูโต pluto

“ขั้นตอนการส่งรูปจากดาวพลูโต (Pluto) ”
1. เขาไม่ได้ส่งยานไปถ่ายรูปเล่นอย่างเดียว ยาน New Horizons มีอุปกรณ์ทั้งหมด 7 ชิ้น แต่ละชิ้นเก็บข้อมูลต่างประเภทไป เช่นรังสี คลื่นลมสุริยะ ฯลฯ
2. เครื่องมือทุกชิ้นจะช่วยกันสแกนภาพและเก็บข้อมูลให้ได้เยอะที่สุดก่อน จากนั้นค่อยแปลงข้อมูลและภาพเป็นสัญญาณ 0101010101010
3. แปลงเสร็จ ยานก็จะยิงสัญญาณ 01010 ด้วยคลื่นวิทยุมายังโลก ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงครึ่ง
4. จานรับสัญญาณบนโลกขนาดใหญ่มาก (เส้นผ่านศูนย์กลาง 70 เมตร) อยู่ที่ศูนย์รับสัญญาณอวกาศระดับลึก (CSIRO) ที่แคนเบอร่า ออสเตรเลีย
5. แต่สัญญาณเดินทางมา 4,280 ล้านกิโลเมตร มันจึงอ่อนแรงมาก อ่อนกว่าถ่านนาฬิกาประมาณ 2 หมื่นล้านเท่า ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการขยายสัญญาณที่ได้
6. สัญญาณที่ถูกขยายแล้ว จะถูกแปลงกลับเป็น 01010101 อีกครั้ง จากนั้นจึงส่งต่อให้นาซ่า
7. น่าซ่าจะแปลงสัญญาณ 0101010101010 เป็นรูปภาพ
8. รูปภาพและข้อมูลที่นอกเหนือจากนั้น ถูกส่งต่อไปให้นักวิทยาศาสตร์ทำงานต่อไป

http://csironewsblog.com/2015/07/14/how-to-send-a-photo-from-pluto-and-8-other-cool-new-horizon-facts/

—————————————————————————————————————————————–

เกี่ยวกับยานสำรวจอวกาศ New Horizons

1. ยานถูกปล่อยในเดือนมกราคม 2006 มันวิ่งด้วยความเร็ว 58,536กม/ชม. (วินาทีละ 16.26 ก.ม.) เป็นยานที่วิ่งเร็วสุดตั้งแต่เคยมีมา โดยใช้เวลาจากโลกไปดวงจันทร์แค่ 9 ชั่วโมง (ตอนไปเหยียบดวงจันทร์ด้วยอพอลโล 11 ใช้เวลาเดินทาง 3 วัน) และเมื่อมันบินผ่านดาวพฤหัสในปี 2007 แรงโน้มถ่วงมหาศาลของดาวพฤหัสก็ช่วยถีบยานให้เร็วขึ้นไปอีก 14,500 กม./ชม. รวมเป็น 83,700 กม/ชม.

2. นิวเคลียร์ (แทางสีดำในภาพ) เป็นแหล่งจ่ายไฟฟ้าของอุปกรณ์ในยาน ส่วนฟอยล์สีทองที่หุ้มตัวยานทำหน้าที่ควบคุมความร้อนที่เกิดจากการทำงานของเครื่องให้คงที่ แต่การขับเคลื่อนยานไม่ได้มาจากพลังนิวเคลียร์ จนบัดนี้ยาน New Horizons ยังคงขับเคลื่อนด้วยแรงส่งตอนปล่อยจากพื้นโลกบวกกับแรงถีบจากดาวพฤหัส

3. หลังจากพ้นดาวพฤหัสเมื่อปี 2007 เขาก็ปิดเครื่องมันไปห้าปี แล้วมาตื่นเอาเมื่อต้นธันวาปีที่แล้ว เพื่อภารกิจพลูโต สรุปว่า 2/3 ของ 9 ปีที่ผ่านมา มันหมดไปกับจำศีลเพื่อประหยัดพลังงานและกันเครื่องรวน และที่ไม่เน้นสำรวจดาวดวงอื่นระหว่างทางเพราะ New Horizons โฟกัสแค่พลูโตลงไป ส่วนดาวดวงอื่นเขาก็มียานตัวอื่นทำหน้าที่โดยเฉพาะอยู่แล้ว

4. ตอนนี้เราได้เห็นรูปดาวพลูโตกันแล้ว แต่ยังมีข้อมูลสำคัญอีกมากมายที่ยานส่งมาให้และนาซ่ายังโหลดไม่หมด (ข้อมูลมันเดินทางไกลและแปลงสัญญาณนาน) ซึ่งต้องใช้เวลาอีก 16 เดือนต่อจากนี้ จากนั้นมันจะหลุดออกนอกระบบสุริยะในปี 2019 แต่จะปิดจ๊อบจริงๆ ปี 2026

5. ยานมีอุปกรณ์สำคัญ 7 ตัว ทำหน้าที่เก็บข้อมูลต่างกันไป หนึ่งในนั้นชื่อ SDC (Student Dust Counter) ที่เป็นงานกลุ่มของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคโรราโด ทั้งออกแบบและควบคุม งานนักเรียนอ่ะแก! เก่งเนอะ เครื่องมือนี้ทำหน้าที่วิเคราะห์ฝุ่นที่เกาะตัวยานขณะเดินทาง

ที่มา :

—————————————————————————————————————————————–

Clyde Tombaugh เป็นมนุษย์คนแรกที่เคยไปเยือนดาวเคราะห์แคระพลูโต (หรืออย่างน้อยก็เถ้ากระดูกของเขา)

10411065_369059753304237_2882677286680856841_n

เราทุกคนที่กำลังอ่านข้อความนี้ กำลังอาศัยอยู่ในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งชั่วอายุคนที่แล้ว นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน Clyde Tombaugh ได้ค้นพบดาวเคราะห์ที่ไม่มีใครทราบมาก่อนว่ามีอยู่จริง และจนถึงวันนี้ เราสามารถสร้างยานอวกาศที่เดินทางไปเยือนโลกอันห่างไกลที่สุดที่เราเคยรู้จัก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงในชั่วอายุคนเดียวเท่านั้น

ดาวพลูโต (ปัจจุบันเป็นดาวเคราะห์แคระ ตามนิยามใหม่ของ IAU อ่านเพิ่มเติมได้ว่าทำไม ที่นี่ https://goo.gl/bPwSOF) ถูกค้นพบโดยนักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน Clyde Tombaugh ไปเมื่อปี ค.ศ. 1930 จาก Lowell Observatory ขณะที่เขามีอายุเพียง 23 ปี และดาวดวงใหม่นี้ ถูกจดจำในชื่อของ “ดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ในระบบสุริยะ” อยู่นานถึง 62 ปี ก่อนที่นิยามดาวเคราะห์ใหม่จะจำแนกดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์แคระ แม้กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ชื่อเสียงอันโด่งดังของดาวพลูโตได้ลดลงแต่อย่างใดเลย

ดาวพลูโตเป็นวัตถุที่มีขนาดใหญ่ที่สุด วัตถุหนึ่ง ที่อยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์มากที่สุด และเป็นวัตถุในแถบ Kuiper Belt ที่ใหญ่ที่สุด ที่ระยะห่าง 4.4–7.3 พันล้านกิโลเมตรจากดวงอาทิตย์นี้ ทำให้ดาวเคราะห์แคระพลูโตเป็นโลกน้ำแข็งที่ไร้ซึ่งชีวิตอันแสนห่างไกล

การศึกษาดาวเคราะห์แคระพลูโต จะช่วยไขความลับเกี่ยวกับ Trans-Neptunian Objects ได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีความหลงใหล และพยายามที่จะส่งยานไปสำรวจดาวพลูโตเสมอมา และหลังจากการวางแผนกว่า 15 ปี องค์การอวกาศนาซ่าจึงได้มีการยิงยานสำรวจ New Horizons เพื่อไปศึกษาดาวพลูโตในปี ค.ศ. 2006

ด้วยระยะทางที่ไกลมหาศาลจากโลก การส่งยานอวกาศไปยังดาวที่ห่างไกลนี้จึงเป็นความยากลำบากอย่างมาก ยานสำรวจอวกาศ New Horizons เป็นวัตถุที่ถูกยิงออกจากโลกด้วยความเร็วสูงที่สุด ด้วยความเร็วเริ่มต้น 16.26 กม./วินาที และใช้เวลากว่า 9 ปีในการเดินทางมายังดาวพลูโต โดยแวะผ่านดาวพฤหัสเพื่อใช้แรงโน้มถ่วงในการดีดตัวไปยังระบบสุริยะชั้นนอก

และในวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 เวลา 18:49 น. ตามเวลามาตรฐานประเทศไทย ยานสำรวจอวกาศ New Horizons นี้ ก็ได้โฉบผ่านดาวเคราะห์แคระพลูโตไปเป็นที่เรียบร้อย ด้วยระยะห่างจากดาวพลูโตเพียง 12,500 กม. หลังจากที่ได้เดินทางผ่านห้วงอวกาศมาเป็นระยะทางกว่า 5 พันล้านกม.

ภารกิจของยานสำรวจอวกาศ New Horizons ก็คือการศึกษาดาวพลูโต ดาวบริวารของพลูโต การค้นหาบรรยากาศหรือวงแหวนที่อาจจะล้อมรอบดาวพลูโต การศึกษาทางธรณีวิทยา การค้นหาองค์ประกอบและที่มาของวัตถุ Trans Neptunian เหล่านี้ รวมไปถึงการบันทึกภาพดาวเคราะห์แคระที่ไม่เคยมีผู้ใดเคยเห็นมาก่อนนี้เป็นครั้งแรก ภายในเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมา เราก็ได้ภาพ และทราบอะไรเกี่ยวกับดาวพลูโตมากกว่าที่เราเคยศึกษามาตลอดเวลากว่า 85 ปีนับตั้งแต่การค้นพบ และเราจะทราบอะไรอีกมากเมื่อข้อมูลของการโฉบผ่านได้ส่งมาถึงโลก และนำไปวิเคราะห์โดยนักดาราศาสตร์

และเพื่อเป็นเกียรติแก่ Clyde Tombaugh ผู้ค้นพบดาวพลูโต ยานสำรวจอวกาศ New Horizons จึงได้นำเอาเถ้ากระดูกส่วนหนึ่งของ Clyde Tombaugh ติดไปกับยานด้วย นี่ไม่เพียงแต่ทำให้ Clyde Tombaugh เป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่เคยไปเยือนโลกอันแสนห่างไกลนี้ แต่ยังทำให้เถ้ากระดูกของเขาเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ที่เคยเดินทางออกมาห่างไกลจากโลกของเรามากที่สุด อีกด้วย

ซ้าย: กล่องบรรจุเถ้ากระดูกของ Clyde Tombaugh
ขวา: ดาวเคราะห์แคระพลูโตที่ถ่ายโดย New Horizons เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2558
บทความโดย มติพล ตั้งมติธรรม

ข้อมูลเพิ่มเติม http://pluto.jhuapl.edu/

ที่มาภาพ :

 

คู่มือแนวทางปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ภาคประชาชน

คู่มือแนวทางปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ภาคประชาชน Cyber Security

cybersecurity

คู่มือแนวทางปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ภาคประชาชน Cyber Security อ่านและดาวน์โหลด คลิก

ทำนาย 10 นวัตกรรมของโลก ในปี 2025 โดย Thomson Reuters

(The World in 2025 10 Predictions of Innovation)

ในอีก 10 ปีข้างหน้า  จะมีนวัตกรรมอะไร ที่โดดเด่นจนมีผลต่อวิถีชีวิตของมนุษย์บ้าง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2014 บริษัท Thomson Reuters โดยแผนก IP & Science Business ได้เผยแพร่รายงานเรื่องข้างต้น  ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลจากบทความวิจัยวิชาการ และเอกสารสิทธิบัตร ที่สามารถสรุปให้เห็นแนวโน้ม บอกเป็นนัยๆ ว่าจะมีการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในทศวรรษหน้า

วิธีการศึกษา
นักวิจัยผู้ศึกษาทำนาย นวัตกรรมแนวหน้า 10 เรื่อง นี้ใช้หลักการวิเคราะห์  citation ranking / most cited papers ของบทความตีพิมพ์งานวิจัยวิทยาศาสตร์  จากฐานข้อมูล Web of Science และ วิเคราะห์เอกสารสิทธิบัตรจากฐานข้อมูลสิทธิบัตร Derwent World Patent Index ที่มีการยืนขอในปี 2012 เป็นต้นมา

ผลการศึกษานี้ สามารถสรุป แนวโน้มของนวัตกรรม ที่ถือว่าเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจสูงสุดจากชุมชนวิจัยวิทยาศาสตร์ทั่วโลก และภาคอุตสาหกรรม บริษัทเทคโนโลยีที่มีการยื่นขอความคุ้มครองสิทธิบัตร ในเรื่องเหล่านี้

  1. Dementia declined. โรคจิต/สมองเสื่อม จะลดลง
  2. Solar is largest source of enegy on the Planet.  ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก
  3. Type 1 Diabetes is preventable.  โรคเบาหวานชนิดที่หนึ่ง จะสามารถรักษาได้
  4. Food shortage and food price flutuation are things of the past.  จะไม่มีการขาดแคลนอาหารและความผันผวนในราคาอาหารดังเช่นในอดีต
  5. Electric air Transportation takes off.  ยานขนส่งไฟฟ้าทางอากาศ
  6. Digital Everything …..Everywhere.  สิ่งของทุกสิ่งและทุกสถานที่ จะอยู่ในโลกดิจิทัล
  7. Petroleum-Based packaging is history ; cekllulose-Derived Packaging rules. จะเกิดวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่มาจากเซลลูโลส (เซลล์จากพืช) ส่วนวัสดุที่มาจากแหล่งปิโตรเลียมกลายเป็นเรื่องอดีต
  8. Cancer treatments have very few toxic side effects. การรักษาโรคมะเร็งจะมีผลข้างเคียงจากสารพิษเล็กน้อย
  9. DNA mapping at birth is the norm to avoid disease risk. การทำแผนที่ ดีเอ็นเอ ก่อนการเกิดของทารก จะเป็นเรื่องปกติ เพื่อเป็นมาตรฐานจัดการความเสี่ยงของการเกิดโรค
  10. Teleportation testing is common.  การทดสอบ การเคลื่อนย้ายสสาร

รายละเอียด 10 นวัตกรรมที่จะเกิดใหม่ในปี 2025 มีดังต่อไปนี้

1. โรคจิต/สมองเสื่อมลดลง (Dementia Declines) หมวด Medicine, Genetics
จากความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นในเรื่องจีโนมของมนุษย์และการกลายพันธ์ทางพันธุกรรมของนักวิทยาศาสตร์นำไปสู่ การปรับปรุงวิธีการตรวจหาวิธีการป้องกัน การโจมตีบุกรุกจากโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์ประสาท เช่น โรคจิต/สมองเสื่อม และ โรคอัลไซเมอร์

ปัจจุบันงานวิจัยในโรคสมองเสื่อมเซลล์ประสาท (Neurodegenerative disease)  ที่มุ่งเน้นระบุหาโครโมโซมที่ก่อให้เกิด ซึ่งงานวิจัยนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจถึง Human genetic variation  และจะช่วยให้สามารถซ่อมแม/แก้ไขพันธุกรรมที่ผิดปกติ เช่น ผู้ป่วยโรคจิตเสื่อม

ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ สามารถแยกโครโมโซมเฉพาะที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคเซลล์สมอง เช่น Autosomal dominant frontotemporal dementia (FTD) และ Amyotrophic lateral sclerosis (ALS)

งานวิจัยรากฐานของเรื่องนี้ยังไม่มีการยื่นขอสิทธิบัตร เหตุผลเพราะว่าขณะนี้งานวิจัยทางการแพทย์อาจไม่สามารถขอยื่นจดสิทธิบัตรได้ แต่เทคนิคต่างๆและการพัฒนาเทคโนโลยีต่อไป อาจจะเห็นได้ในเอกสารสิทธิบัตรในอนาคต

Fast Fact  เอกสารสนับสนุน ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

  • มีการศึกษาวิจัยเรื่อง Gene identification ในความผิดปกติของ Frontotemporal lobar degeneration เป็นบทความวิจัยตีพิมพ์ที่ได้รับการอ้างอิงสูงสุด (Highly-cited) ในระยะเวลา 2 ปี ในสาขานี้
  • การวิจัยเรื่อง โครโมโซม 9P  ที่เชื่อมโยงไปสู่ FTD กับ ALS เป็นบทความที่ได้รับการอ้างอิงสูงสุด ตั้งแต่ปี 2011

alt
Source :  http://sciencewatch.com/tags/2025

2.ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก (Solar is the largest source of  energy on the planet) หมวด Material Sciences, Chemistry, Energy & fuel, Environment/Ecology

งานวิจัยเรื่องวิธีการเก็บเกี่ยว การรักษาและการแปลงผันให้เป็นพลังงานแสงอาทิตย์เป็นวิธีการที่ก้าวหน้ามากและมีประสิทธิภาพที่จะทำให้แสงอาทิตย์ลายเป็นแหล่งพลังงานขั้นแรกในโลกของเรา   ต้องขอบคุณในความก้าวหน้าของงานวิจัยในการปรับปรุงเทคโนโลยีหลายๆส่วนทั้ง Photovoltaic, Chemical bonding, Photocatalysts และ 3-Dimensional  nanoscale heterojunctions

Fast Fact  เอกสารสนับสนุน ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

  • บทความวิจัยเรื่อง “Fabrication of novel heterostructure of CO304- Modified TIO2 nanorod arrays and enhanced photoelectrochemical property”  ได้รับการอ้างอิงสูงสุด
  • บทความวิจัยเรื่อง “design rules for donors in bulk-heterojunction solar cell – towards 10- energy-conversion efficiency” ได้รับการอ้างอิงมากกว่า 1600 ครั้ง

alt
Source :  http://sciencewatch.com/tags/2025

3.โรคเบาหวานชนิดที่หนึ่ง สามารถรักษาได้ (Type I Diabetes is preventable) หมวด Medicine, Biology genetics

จากความก้าวหน้าของการค้นพบแพลทฟอร์มด้านวิศวกรรมจีโนมมนุษย์ที่เป็นจริงแล้วนั้นนำไปสู่หนทางในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขยีนที่ก่อให้เกิดโรคและยังช่วยให้ป้องกันสภาวะเมตาบอลิคได้อีกด้วย   โรคเบาหวานชนิดหนึ่งจะสามารถป้องกันได้ในปี 2025 แต่ไม่ใช้ด้วยวิธีการลดอาหารหรือออกกำลังกาย แต่เป็นจากความก้าวหน้าในเรื่อง Ribonucleic acid guided (RNA-guided) engineering ที่ใช้ใน specialist sequence  synthesis

ต่อไปจะมีการยื่นขอจดสิทธิบัตรในจุลินทรีย์และบางส่วนของท่อน DNA ดังนั้นความซับซ้อนในฉากนี้ใครจะเป็นเจ้าของสิทธิในเทคโนโลยีนี้ อะไรและจุดไหนที่จะเป็นเส้นกั้นแบ่งระหว่างธรรมชาติกับการพาณิชย์

Fast Fact  เอกสารสนับสนุน ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

  • มีบทความวิจัยเรื่อง RNA-Guided Human Genome Engineering
  • เทคโนโลยี Recombinant DNA  จะนำไปสู่การยื่นขอจดสิทธิบัตร Genetic-engineering

alt
Source :  http://sciencewatch.com/tags/2025

4. ไม่มีการขาดแคลนอาหารและความผันผวนในราคาอาหารดังในอดีต ( Food shortages and Food price fluctuations are things of the past) หมวด Agricultural Sciences, Genetics, Chemistry

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี Lighting และ Imaging ที่เชื่อมโยงเข้ากับพืชชนิด genetic crop modification จะช่วยให้เกิดการเจริญเติบโต สุกของพืชที่ปลูกในร่ม รวมทั้งมีความสามารถตรวจจับโรคพืชต่างๆได้ด้วย   จากวิวัฒนาการของเทคนิค 2 ด้าน คือ Lighting กับ Imaging ที่เกิดขึ้นพร้อมๆกันจะส่งผลให้มีผลกระทบในทศวรรษหน้า แสงประเภท Organic Light Emitting Diodes , LCD และ plasma คู่ขนานไปกับ 3 D Displays ที่เชื่อมโยงกับ Hyperspectral imaging จะช่วยปรับปรุงระยะเวลาการเติบโตของพืชได้ ซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงระบบฟาร์มแบบดั้งเดิม

ในปี 2025 พืช GMO จะเติบโตได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยในที่ร่มด้วยแสงที่ฉายส่องได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ด้วย LEDs  แบบแบตเตอร์รี่ต่ำ แผ่แสงในช่วงความยาวคลื่นเฉพาะที่กระตุ้นการเติบโตของพืช รวมทั้งเป็นพืชที่ผสมพันธุ์ให้มีความต้านทานโรค ส่วนเทคนิค ภาพ เช่น จอแสดง 3 D เชื่อมโยงกับภาพแบบ hyperspectral จะสามารถช่วยให้ตรวจจับความผิดปกติในการเจริญเติบโตของพืชและโรคได้

โดยขบวนการนี้ช่วยลดความเสี่ยงในความล้มเหลวของการปลูกพืชได้ ฉนั้นจึงจะไม่เกิดการขาดแคลนอาหารและความผันผวนในราคาอาหาร เช่นดังอดีต

Fast Fact  เอกสารสนับสนุน ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

  • มีงานวิจัยชั้นแนวหน้าในเรื่อง Validating a method for the simutaneous determination of toxins and masked metabolities in differente cereals  and cereal-derived  foods.
  • มีเอกสารสิทธิบัตรในเรื่อง GM Food จำนวนหนึ่งรวมทั้งพืช Spinach ชนิดใหม่ที่มีการพัฒนาให้เป็นลูกผสมและเป็นสายพันธุ์ตามคุณลักษณะที่ต้องการ

alt
Source :  http://sciencewatch.com/tags/2025

5. ยานขนส่งไฟฟ้าทางอากาศ (Electric Air Transportation takes off)
หมวด Material sciences, Energy & Fuel

วิศวกรรมยานอวกาศแบบน้ำหนักเบาที่เชื่อมต่อกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบใหม่ ในปี 2025 การเคลื่อนย้ายจากสถานที่แห่งหนึ่งที่ตำแหน่ง A ไปยังอีกแห่งหนึ่งที่ B จะมีความแตกต่างจากปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง โดยที่รถยนต์ เครื่องบิน ยังคงมีอยู่ แต่จะล้าหน้าทันสมัยมากขึ้นจะมีการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แบบน้ำหนักเบาเป็นหลักที่จะช่วยให้การเดินทางได้ยาวไกลมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุผลจากความก้าวหน้างานวิจัยหลายเรื่องคือ

  • เชื้อเพลิง ประเภท ไม่ใช่คาร์บอน
  • แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion
  • การเก็บกักพลังงานแบบ Reversible hydrogen storage
  • Fuel cells ที่เป็น Nanomaterials
  • Thin-film Batteries

จากทั้ง 5 เทคโนโลยีรวมกันจะช่วยให้การชาร์จพลังงานได้มากขึ้นเป็น 10 เท่าของปัจจุบันและช่วยจัดเก็บพลังงานได้มากขึ้นอีกด้วย

เครื่องบินน้ำหนักเบาและรถยนต์จะมีการใช้แหล่งพลังงานใหม่ คือ Lithium-ion batteries รวมทั้งวัสดุที่มีน้ำหนักเบา และใช้มอเตอร์ที่เป็น Superconducting จากคุณลักษณะเหล่านี้จะช่วยให้เครื่องบินสามารถขึ้นลงได้พื้นที่ขนาดเล็ก และสามารถเป็นธุรกิจการบินขนาดเล็กที่เดินทางในระยะสั้นๆ ได้

Fast Fact  เอกสารสนับสนุน ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

  • มีบทความวิจัยหลักเรื่อง Ultrafast charging and discharging energy system
  • ในวารสาร Nature Nanotechnology มีบทความที่ได้รับการอ้างอิงมากกว่า 1,300 ครั้ง คือบทความเรื่อง High Performance lithium battery anodes using silicon nanowires

alt
Source :  http://sciencewatch.com/tags/2025

6. สิ่งของทุกสิ่งและทุกสถานที่ อยู่ในโลกดิจิทัล  (Digital Everything Everywhere)
หมวด Material Sciences, Chemistry, Economics & Business

จากของใช้ส่วนบุคคลที่เล็กที่สุดจนถึงทวีปที่ใหญ่ที่สุดสิ่งของทุกอย่างในทุกสถานที่จะเชื่อมโยงกันด้วยระบบดิจิทัล และจะมีการโต้ตอบตามความต้องการ ตามความชอบของแต่ละบุคคล    โลกดิจิทัลในปัจจุบันจะเป็นเรื่องธรรมดาและเป็นขั้นพื้นฐานสำหรับปี 2025 ต้องขอบคุณในความแพร่หลายของงานวิจัยที่ปรับปรุงเรื่อง Semiconductors /  Graphene-carbon nanotube capacitors / Cell-free Networks of Service Antenna และ 5 G Technology

การสื่อสารแบบไร้สายจะเป็นเรื่องที่มีอิทธิพลในทุกสิ่ง ทุกสถานที่ ตั้งแต่ในรถยนต์ถึงบ้านพัก และจะมีการตอบสนองตามความประสงค์ ตามความต้องการรวมทั้งจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงสภาพภูมิศาสตร์ ให้ลองจินตนาการว่าในทวีปแอฟริกาทั้งทวีปจะเกิดการเชื่อมโยงกันแบบดิจิทัลในปี 2025 อย่างแน่นอน

การเปลี่ยนแปลงนี้มีเบื้องหลังมาจากแรงผลักดันในงานวิจัยเรื่อง Carbon Nano Structures และ Carbon-based Nanocomposites

Fast Fact  เอกสารสนับสนุน ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

  • มีงานวิจัยเกิดใหม่หลักในชื่อเรื่อง Toward  successful user interaction with systems : Focusing on user-derived gestures for smart home system
  • ส่วนกิจกรรมสิทธิบัตร มีสิทธิบัตรในสาขา Mobile communication device with controller modules that instruct wireless modules to monitor a physical downlink control channel for a downlink assignment reception from a cellular station  มีเพิ่มมากขึ้น

alt
Source :  http://sciencewatch.com/tags/2025

7. จะเกิดวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่มาจากเซลลูโลส (เซลล์ของพืชทุกชนิด) ส่วนวัสดุที่มาจากแหล่งปิโตรเลียมกลายเป็นเรื่องอดีต (Petroleum – based packaging is history, Cellulose – derived packaging rules)
หมวด Material  Sciences, Chemistry, Environment / Ecology

ขณะนี้มีงานวิจัยเกิดใหม่ ที่โฟกัสเรื่อง การใช้ Bio – Nanocomposites และ Nanocellulose สำหรับให้เป็นวัสดุบรรจุภัณฑ์ ในปี 2025 โดยวัสดุนี้จะเป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์   วัสดุ Nanocellulose ประกอบด้วยเส้นใยเซลลูโลส ที่มีขนาดนาโนมีความยาว ความกว้างมาก ซึ่งมีคุณลักษณะเป็นพลาสติกเทียม (Pseudo – plastic) ส่วน Bio – Nanocomposites เกิดมาจากวัสดุที่มาจากสิ่งมีชีวิต ในปี 2025 วัสดุบรรจุภัณฑ์ จะเป็นแบบย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอย่างสมบูรณ์

บรรจุภัณฑ์ที่มีพิษที่เป็นพลาสติก มาจากปิโตรเลียมนั้น ก่อให้เกิดมลภาวะ ขยะในเมือง ท้องทุ่ง ชายหาดทะเล ใต้ทะเล วัสดุเหล่านี้จะกลายเป็นประวัติศาสตร์  บรรจุภัณฑ์ชนิดใหม่นี้จะเหมาะสมใช้ได้ทั้งที่เป็นอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์ เส้นใย และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึง Cellulose Packaging จะมีบทบาทในภาคเภสัชกรรม ที่ใช้บรรจุยาที่ใช้รับประทาน ต่อไป

Fast Fact  เอกสารสนับสนุน ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

  • มีบทความวิจัย เรื่อง “Integrated  conversion of hemicellulose and cellulose from lingocellulosic biomass”
  • มีงานวิจัย เรื่อง  Biocomposite cellulose – alginate films for packaging มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น  (May 2014)

alt
Source :  http://sciencewatch.com/tags/2025

8.การรักษาโรคมะเร็งจะมีผลข้างเคียงจากสารพิษเล็กน้อย ( Cancer treatments have very few toxic side effects)
หมวด Medicine, Cancer, Immunolog

ด้วยจากการวิจัยพัฒนายารักษาโรค จะมีความแม่นยำเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น โดยให้มีการจับตัวรวมกันของโปรตีนเฉพาะ และการใช้แอนตี้บอดี้ในการกำหนดกลไกการกระทำที่แน่นอน ช่วยให้ผลข้างเคียงจากสารเคมีที่เป็นพิษ ในผู้ป่วยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ  นีเป็นผลจากการวิจัยในเรื่อง Big Data ที่ทำให้บริษัทยา สามารถผลิตยาแบบส่วนบุคคลได้ จากเดิมที่ผลิตยาแบบทั่วไป (Broad – brush drugs) มาเป็นแบบถูกต้องแม่นยำ และเป็นการรักษาแบบ target treatment ซึ่งทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีคุณภาพ การรักษาโรคแบบส่วนบุคคลไม่ใช่เรื่องใหม่ บริษัทยาได้มีการดำเนินการเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว ด้วยการกำหนดการรักษาแบบเป้าหมายที่เฉพาะระดับโมเลกุล

ความรู้ที่เกียวกับยีนเฉพาะที่มีการกลายพันธ์ (gene mutation) จะมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ที่นักวิทยาศาสตร์ และแพทย์จะสามารถรักษาโรคเหล่านี้ได้ ตัวอย่างเช่น ยีน HER2 (โรคมะเร็งเต้านม) ยีน BRAF V600 (โรคมะเร็งผิวหนัง melanoma และยีน ROS1 (มะเร็งปอด) และอื่น ๆ  จากเหตุผลในความก้าวหน้าข้างต้น จะทำให้ผู้ป่วยมียารักษาเฉพาะตำแหน่ง ที่มีผลให้ผลข้างเคียงลดลงมาก

Fast Fact  เอกสารสนับสนุน ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

  • มีบทความวิจัยเรื่อง “Intratumor heterogeneity and branched evolution are revealed by multiregion sequencing”  ที่ได้รับการอ้างอิง 600 ครั้ง ในช่วงระยะเวลาตีพิมพ์น้อยกว่า 2 ปี
  • มีบทความวิจัยเรื่อง “Safety, Activity, and Immune correlales of anti – PD – 1 antibody in cancer” ได้รับการอ้างอิงมากกว่า 400 ครั้งในเวลา 2 ปี

alt
Source :  http://sciencewatch.com/tags/2025

9. การทำแผนที่ ดีเอ็นเอ ก่อนการเกิดของทารก จะเป็นเรื่องปกติ เพื่อเป็นมาตรฐานจัดการความเสี่ยงของการเกิดโรค  (DNA Mapping at birth is the norm to manage disease risk.)
หมวด Genetics, Biology, Medicine, Immunology

จากวิวัฒนาการของงานวิจัยเรื่องระบบ Micro – Total Analysis Systems (single – cell analysis) และความก้าวหน้าของนาโนเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยี Big Data จะช่วยให้เรื่อง DNA – Mapping ในทารกแรกเกิดกลายเป็นเรื่องปกติ   การตรวจเลือดจะกลายเป็นเรื่องอดีต ด้วยจะเกิดเครื่องมือที่สอดใส่ขนาดเล็กระดับนาโนเพื่อตรวจผู้ป่วยที่สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ไว้ได้ในระยะยาว และมีความแม่นยำสูง ด้วยเทคนิค 2 ส่วน คือ Micro – total analysis และ Single – cell analysis ที่กำลังวิจัยพัฒนาอยู่ในขณะนี้ จะเป็นแนวโน้มที่สำคัญในเรื่อง Immunology Testing ในอนาคตแน่นอน

Fast Fact  เอกสารสนับสนุน ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

  • เกิดงานวิจัยหลัก เมื่อปี 2012 ในเรื่อง “An Integrated Encyclopedia of  DNA elements in the Human Genome” ที่ได้รับการอ้างมากกว่า 800 ครั้ง
    “The accessible chromatin landscape of the Human Genome” ได้รับการอ้างอิง 200 ครั้ง
    “มีบทความตีพิมพ์ เมื่อ มกราคม 2014 เรื่อง “Genome – scale CRISPR – CAS9 knockout screening in human cells” ได้รับการอ้างอิง 4 ครั้ง

alt
Source :  http://sciencewatch.com/tags/2025

10.การทดสอบ การเคลื่อนย้ายสสาร (Teleportation is tested)
หมวด Physics, Theoretical Physics, Higgs Boson)

อนุภาค Higgs Boson ที่เกิดจาก Large Hadron Collider ทำให้เกิดจากความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเทคนิค Kinematical techniques ที่จะมีผลต่อเรื่อง Quantum teleportation  กลายเป็นเรื่องที่จะเห็นได้ทั่วไปในปี 2025

จากความสำเร็จขององค์กร CERN เมื่อปี 2013 ในโครงการวิจัย Large Hadron Collider (LHC) ที่ทำให้เกิดอนุภาค Higg s Boson ในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น และจะมีบทความวิจัย สาขาฟิสิกส์พื้นฐาน ในปี 2014 ในเรื่องนี้มากมายเกิดขึ้น ซึ่งจะนำทางไปสู่การทดสอบเรื่อง Quantum teleportation ในปี 2025

Fast Fact  เอกสารสนับสนุน ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

  • มีบทความที่ตีพิมพ์ในปี 2012 เรื่อง “Observing the electron – antineutrino disappearance at Daya Bay in China” ได้รับการอ้างอิงมากกว่า 400 ครั้ง
  • มีการยื่นขอสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับ Higgs Boron 2 เรื่อง คือ
    1. Higgs Boson cover protons pursuing the state of an elementary particle and aggregating the elementary particle with a high – energy photon.
    2. The energy of a material in a body accelerating at the speed of light and growing into the square of the speed of light.

alt
Source :  http://sciencewatch.com/tags/2025

บทส่งท้าย
ในการสรุปรายงานเรื่องนี้ บริษัท Thomson Reuters ได้ใช้ข้อมูลดิบจากแหล่ง / ฐานข้อมูลของบริษัท 4 ฐานข้อมูล/บริการ คือ

  • Derwent World Patents Index
  • Thomson Innovation
  • Thomson Reuters Incites
  • Web of Sciences

เอกสารอ้างอิง
Thomson Reuters (June 2014) “The World in 2025 : 10 Predictions of Innovation”. Available at :
http://sciencewatch.com/sites/sw/files/m/pdf/World-2025.pdf
http://sciencewatch.com/tags/2025

ที่มา: http://stks.or.th/th/bibliometrics/11-bibliometrics/5593-thomson-reuters-10-2025.html