วิธีปลูกต้นไม้ เพาะเมล็ด เพาะต้นกล้า

advertisements

วิธีปลูกต้นไม้ เพาะเมล็ด เพาะต้นกล้า
ทำไม? เวลาเพาะเมล็ดบางครั้งไม่งอก
ทุกวันนี้หลายๆ ท่านหันมาทำอาชีพเกษตร จะแก้กลุ้มหรือทำเป็นอาชีพก็แล้วแต่ บ่อยครั้งที่เราหงุดหงิด ท้อแท้ เพราะเมล็ดที่เราซื้อมาเพาะ ไม่ยอมงอกให้เราชื่นใจ บางครั้งอุตส่าห์ลงทุนสั่งซื้อออนไลน์มาในราคาแพง แต่พอเพาะไม่งอกสักต้น เสียทั้งเงินและเวลา

วันนี้ครูชาตรีขอนำเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยเรื่องการเพาะเมล็ดมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

ปลูกต้นไม้ เพาะเมล็ด ปลูกต้นกล้า ทำเกษตร

ปลูกต้นไม้ เพาะเมล็ด ปลูกต้นกล้า ทำเกษตร

การขยายพันธุ์พืชนั้นมีวิธีการใหญ่ 2 แบบ

1. แบบใช้เพศ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้อาจได้พันธุ์แปลกเพิ่มเข้ามา เพราะอาจมีการกลายพันธุ์ ได้แก่การเพาะเมล็ด

2. การขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ เช่น ทาบกิ่ง ติดตา ต่อยอด

 

สำหรับการปลูกต้นไม้แบบเพาะเมล็ด เพาะต้นกล้านั้น นิยมใช้กับพวกผักต่างๆ ไม้ป่าชนิดต่างๆ การเพาะเมล็ดนั้นมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่ส่งผลให้เมล็ดไม่งอก วันนี้เรามาเรียนรู้กันนะครับ

1. การพักตัวของเมล็ด ก็มีผลให้เมล็ดที่เราเพาะไม่งอก
การพักตัวของเมล็ด หมายถึง ช่วงที่เมล็ดพืชยังไม่พร้อมที่จะงอกขึ้นเป็นต้นพืชใหม่ได้ เช่น เรามีแตงโมผลหนึ่ง เมื่อเราเอาเมล็ดที่เหลือจากการรับประทาน ไปเพาะเลยถึงแม้สภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการงอกแต่เมล็ดก็ไม่สามารถงอกเป็นต้นใหม่ได้ ดังนั้นการเพาะเมล็ดบางชนิดอาจต้องทำลายการพักตัวของพืชก่อน

2. ลักษณะโครงสร้างของเมล็ด
2.1. เปลือกหุ้มเมล็ดไม่ยอมให้น้ำซึมผ่าน เข้าไปยังส่วนต่างๆ ของเมล็ด เนื่องจากมีสารบางชนิดหุ้มอยู่ ต้องผ่านกระบวนการย่อยสลายภายในตัวสัตว์เสียก่อนจึงจะงอก เช่น เมล็ดโพธิ์ เมล็ดไทร เมล็ดตะขบ

2.2. เมล็ดใหญ่แข็งมาก เช่น มะค่า กระทิง สะบ้า พวกนี้ให้ทำแผล แล้วแช่น้ำ อย่างน้อย 1 คืน แล้ววาง เมล็ดให้ขั้วอยู่กลางถุงชำ ให้เมล็ดจมลงในวัสดุ 2/3 ของเมล็ดโดยเอาด้านแผลลง

2.3. เมล็ดใหญ่แต่เปลือกไม่แข็ง เช่น สารภี ยางนา พวกนี้มักจะมีเนื้อผลนิ่ม ให้ล้างออกให้หมดผึ่งลม จากนั้นก็นำไปเพาะในกระบะเพาะ โดยให้ขั้วอยู่ตรงกลาง และให้เมล็ดจมลง 2/3 หรือให้มิดเป็นหลังเต่าไปเลย เพราะส่วนมากแล้วพวกนี้จะแทงรากและยอดออกมาเลยโดยไม่ยก เมล็ดขึ้น

2.4. เมล็ดเล็กแข็ง ได้แก่ พวกคูณ กาหลง พวกนี้ให้ลวกน้ำร้อน 80 องศา แล้วแช่ต่ออย่างน้อย 1 คืน จากนั้นนำไปโรยในกระบะแล้วโรยวัสดุเพาะทับบางๆ หนาระหว่าง 0.3-0.5 ชม.

2.5. เมล็ดเล็กและมีปีก พวกนี้ส่วนมากจะเป็นวงศ์แคป่า ได้แก่แคนา เพกา ปีบ พวกนี้โรยในวัสดุเลยแล้วก็โรยทับบางๆ พอให้ติดดินได้ไม่กระดอนเวลารดน้ำ

advertisements

2.6. เมล็ดที่มีลักษณะเป็นคอร์กและผลขนาดใหญ่ ได้แก่ มะกอกป่า พระเจ้า 5 พระองค์ มะพอก พวกนี้ให้เอามีดเฉือนให้ใกล้กับเมล็ดมากที่สุด จากนั้นให้แช่น้ำ อย่างน้อย 1 คืน จึงนำไปเพาะในถุง

2.7. เมล็ดแข็งแต่มีรอยแบ่ง เช่น หมัน มะเกิ้ม หูกระจง กระบก สมอไทย พวกนี้จะแช่น้ำร้อนก็ไม่ได้ จะเฉือนก็ไม่ได้ ให้แช่น้ำเย็น อย่างน้อย 1 คืน แล้วจึงนำไปเพาะ โดยกลบเมล็ดให้ลึกประมาณ 0.3-0.5 ชม พวกนี้มักใช้เวลานานในการเพาะ บางชนิดอาจจะข้ามปีไปเลย

2.8. เมล็ดที่มีเปลือกหุ้มตาแข็งและหนามาก เช่น หวาย และปาล์มบางชนิด ให้หาขั้วให้เจอ จากนั้นให้เอามีดคมๆ เฉือนออกเล็กน้อย แช่น้ำอย่างน้อย 1 คืน

2.9. เมล็ดผลไม้เมืองหนาว เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ แปะก๊วย ให้เพาะใส่กล่องวางบนกระดาษทิชชูพรมน้ำพอชื้นปิดฝา แล้วแช่ตู้เย็น ในช่องแช่ผัก จนเมล็ดงอกแล้วนำมาแยกลงถุงครับ

3. อุณหภูมิ
พืชแต่ละชนิดต้องการอุณหภูมิที่เหมาะสมในการงอกแตกต่างกัน เช่น เมล็ดพืชเขตหนาวจะงอกได้ดีในช่วงอุณหภูมิ 10-20 องศาเซลเซียส เช่น หอมหัวใหญ่และผักกาดหัว งอกได้ดีที่อุณหภูมิ20 องศาเซลเซียส แต่ก็มีบางชนิดต้องการอุณหภูมิในช่วงกลางวันและกลางคืนที่ต่างกัน หรือให้อุณหภูมิต่ำสลับกับอุณหภูมิสูง การงอกจะเกิดดี เช่น บวบเหลี่ยม ถ้าให้อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 16 ชั่วโมง สลับกับอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 8 ชั่วโมงเมล็ดจึงจะงอกได้ดี

4. แสง
เป็นปัจจัยหนึ่งที่ควบคุมการงอกของเมล็ด เมล็ดพืชบางชนิดจะงอกได้ต่อเมื่อมีแสง เช่น วัชพืชต่างๆ หญ้า ยาสูบ ผักกาดหอม สาบเสือ ปอต่างๆ เป็นต้น เมล็ดพืชอีกหลายชนิดไม่ต้องการแสงในขณะงอก เช่น กระเจี๊ยบ แตงกวา ผักบุ้งจีน ฝ้าย ข้าวโพด เป็นต้น

5. ความชื้น
เป็นตัวทำให้เปลือกเมล็ดอ่อนตัว และเป็นตัวทำละลายอาหารสะสมภายในเมล็ด ที่อยู่ในสภาวะที่เป็นของแข็ง ให้เปลี่ยนเป็นของเหลง และเคลื่อนที่ได้ ทำให้จุดเจริญของเมล็ดนำไปใช้ได้

6. ออกซิเจน
เมื่อเมล็ดเริ่มงอก จะเริ่มหายใจมากขึ้น ซึ่งก็ต้องใช้ออกซิเจน ไปเผาผลาญอาหารภายในเมล็ด ให้เป็นพลังงานใช้ในการงอก ยิ่งเมล็ดที่มีมันมาก ยิ่งต้องใช้ออกซิเจนมากขึ้น ดังนั้น การกลบดินทับเมล็ดหนาเกินไป หรือใช้ดินเพาะเมล็ด ที่ถ่ายเทอากาศไม่ดี จะมีผลยับยั้งการงอก หรือทำให้เมล็ดงอกช้าลง หรือไม่งอกเลย

7. การแช่น้ำ
การนำเมล็ดไปแช่น้ำ จะช่วยให้เมล็ดพืชงอกได้เร็วกว่าปกติ ทั้งนี้เพราะน้ำ จะทำให้เปลือกหุ้มเมล็ดอ่อนตัว จึงเป็นการช่วยให้เมล็ดงอกได้เร็วขึ้น น้ำที่ใช้แช่อาจจะเป็นน้ำอุ่น หรือน้ำเย็น และช่วงเวลาการแช่ จะช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับชนิดพืช พืชบางชนิดใช้เวลานานถึง 1–2 วัน บางชนิดใช้เวลาประมาณ 6–12 ชั่วโมง ทั้งนี้สังเกตจากขนาดของเมล็ดขยายใหญ่และเต่งขึ้น หรือเปลือกหุ้มเมล็ดนิ่ม ก็นำไปเพาะได้ พืชที่นิยมใช้วิธีนี้ ได้แก่ น้อยหน่า มะขาม มะละกอ หน่อไม้ฝรั่ง ข้าว ผักชี

เป็นอย่างไรบ้างครับคงเป็นแนวทางให้เราไม่เครียดอีกต่อไป เวลาเราจะเพาะเมล็ด ถ้าเพาะงอกแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ยังยากเหมือนกันคือการดูแลกล้าวัยอ่อน ไว้มีโอกาสจะมาเล่าสู่กันฟังครับ

ที่มา https://www.facebook.com/photo?fbid=4228945427129346&set=a.185802974776965