ขายของออนไลน์ การทำ SEO เพื่อสร้างธุรกิจขนาดเล็กให้เติบโต

ขายของออนไลน์ การทำ SEO เพื่อสร้างธุรกิจขนาดเล็กให้เติบโต

8 ขั้นตอนพื้นฐานในการทำ SEO เพื่อสร้างธุรกิจขนาดเล็กของคุณให้เติบโต

1. วางแผนด้วยการวิเคราะห์คำหลัก

ใช้ Google Keyword Planner เพื่อวิเคราะห์ว่าคำหลักใดที่ลูกค้าค้นหา ใช้ SEMrush เพื่อตรวจสอบคำหลักที่คู่แข่งใช้กำหนดเป้าหมายคำหลักในท้องถิ่น (Local Keyword) ที่อธิบายธุรกิจของคุณ เช่น “งานแต่งงาน ชลบุรี” ใช้โปรโมทธุรกิจวางแผนแต่งงานในจังหวัดชลบุรี เป็นต้น

2. โดดเด่นด้วย Onsite SEO
ใส่คำหลักไว้ใน page title, meta descriptions, URLs และ content สร้างเพจเพิ่มเพื่อเพื่อคำหลักอื่นๆ ให้ search engine รู้จัก

3. ทำ Local SEO ด้วย Google+
สร้าง Google+ Business Profile ที่ www.google.com/+/business กำหนดคำหลักในคำอธิบายเพจ เพจที่สร้างจะปรากฏใน Local Search

4. เขียน Blog
สร้าง content ที่น่าสนใจ มีประโยชน์ อ่านแล้วอยากแชร์ต่อ โดยใช้ภาพ วีดีโอ ทิปส์ ข่าวและอื่นๆ ใช้ Longtail Keyword ในแต่ละ content

5. ทำตลาดออนไลน์วิธีอื่นๆ ด้วย
ใช้เว็บรีวิว Social Media ทำ PPC การตลาดผ่านอีเมล จ้างบล็อกเกอร์ ลงโฆษณาด้วยแบนเนอร์ Remarketing เว็บบอร์ด Facebook และอื่นๆ ในการดึง Traffic และผู้ที่คาดว่าจะเป็นลูกค้า ทดสอบและประเมินผลว่าวิธีการใดได้ผลคุ้มค่าที่สุดกับงบประมาณที่ลงไป

6. กระตุ้นให้เกิดการกระทำ
แน่ใจว่าผู้ที่เข้ามาเยี่ยมเว็บไซต์ของคุณได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการ เช่น โทรหาคุณ คุณต้องเขียนข้อความบอกเขาว่าควรทำอะไรเป็นอย่างแรก

7. ทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพด้วย CMS
Content Management System (CMS) เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการเผยแพร่ content และจัดการ SEO

8. Go Mobile
ออกแบบเว็บให้เป็นแบบ responsive ซึ่งสามารถแสดงผลได้ดีไม่ว่าจะเปิดที่ mobiles, tablets และ desktops

ที่มา: http://visual.ly/8-seo-basics-grow-your-small-business
https://www.facebook.com/DIPECIT?fref=nf

10 คำถาม ถามตัวเองก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ

10 คำถาม ถามตัวเองก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ

มีผู้สนใจหลายรายต้องการทราบว่า พวกเรามีหลักและวิธีการทำงานอย่างไร ในการเป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบ Business Model และ Business Strategy

คำตอบของเราคือ ในขั้นแรก เราจะเริ่มจากการพูดคุยกับลูกค้าด้วยคำถามเพียง 10 ข้อ จุดประสงค์คือเราต้องการให้ลูกค้าแน่ใจถึงธุรกิจที่เค้ากำลังจะเริ่มต้นว่ามีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วหรือไม่เพียงใด ธุรกิจนั้นมีพื้นฐานหรือศักยภาพการแช่งชันแค่ไหนในมุมมองของผู้เป็นเจ้าของ

10 คำถามในขั้นตอนที่ 1 นี้สำคัญมาก สำคัญขนาดชี้เป็นตายให้กับธุรกิจได้เลย เพราะธุรกิจใดๆที่เจ้าของยังไม่สามารถตอบคำถามทั้งหมดนีได้ชัดเจนแล้ว ธุรกิจนั้นจะเหนื่อยมากในการดำเนินกิจการ

คำถามทุกข้อของเราจะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจถึง Big Idea ของธุรกิจตนเอง และช่วยค้นหา กลั่นกรองแนวความคิดของธุรกิจให้ตกผลึกออกมาเป็นรูปธรรมได้ รวมถึงจะสะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบการทำธุรกิจที่ลูกค้ามีอยู่ในใจนั้นเหมาะสมหรือไม่ ถ้าไม่ อะไรคือแนวทางที่ใช่

หลังจากจบขั้นตอนที่ 1 แล้ว เราจึงนำลูกค้าเข้าสู่ขั้นตอนการออกแบบ Business Model ที่มีเอกลักษณ์ แข่งขันได้และใส่ความเป็นตัวตนของลูกค้าเข้าไปในนั้นให้มากที่สุด

นี่คือคำถามทั้ง 10 ข้อของเรา

1. คุณจะนำเสนออะไรให้ลูกค้า คุณจะขายอะไรให้ผู้บริโภค รู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าของคุณต้องการหรือจำเป็นต้องมี/ซื้อสิ่งนี้ และมันสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างไร

2. กลุ่มลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย ใครคือลูกค้าของคุณ เค้ามีลักษณะ/พฤติกรรม/ความสนใจในเรื่องใด (attributes/behaviour/interest) และคุณจะไปหาเค้าได้จากไหน มีวิธีการใดที่คุณจะสื่อสารไปหาเค้าเหล่านั้น

3. คู่แข่งขันในตลาด คุณแข่งหรือกำลังจะเข้าไปแข่งกับใคร แข่งด้วยวิธีไหน มีอะไรที่คุณศึกษาเรียนรู้จากคู่แข่งมาแล้วบ้าง

4. ตลาดที่คุณจะเข้า ธุรกิจของคุณมีความเหมือนหรือต่างจากคู่แข่งรายอื่นอย่างไร มีเทรนด์ที่สำคัญอะไรบ้างที่ส่งผลกระทบถึงตลาดนี้ และคุณคาดการณ์อนาคตของตลาดนี้ไว้ว่าอย่างไร

5. ช่องทางการขาย มีวิธีการขายสินค้าหรือเข้าถึงตัวลูกค้าได้อย่างไร

6. ความสัมพันธ์ทางการเงินกับลูกค้า ธุรกิจของคุณมีวิธึการขายและจัดการกับการชำระเงินของลูกค้าเป็นอย่างไร เป็นการขายเครดิต ขายแบบบอกรับสมาชิก ผ่อนชำระ หรือมีวิธีอื่นๆที่สามารถใช้เทคนิคด้านการเงินเป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า

7. การตั้งราคา วิธีการตั้งราคาขาย ที่มาและความสมเหตุสมผลของราคาที่ตั้ง ใช่ราคาที่ลูกค้าเต็มใจจะจ่ายหรือไม่

8. พันธมิตรทางธุรกิจ ใครคือตัวช่วยหลักในการทำธุรกิจ Supplier ตัวแทนจำหน่าย ดีลเลอร์ เอเจนซี่ มีกี่ราย บริษัทเหล่านั้นมีศักยภาพพอไหมที่จะช่วยสนับสนุนธุรกิจของคุณได้

9. ของดีในตัว อะไรคือ asset ที่ธุรกิจคุณมีอยู่และทำให้ธุรกิจของคุณมีแต้มต่อเหนือคนอื่น เช่นชื่อเสียง สิทธิบัตร เงินทุน เครือข่ายการกระจายสินค้า

10. จุดแข็งของธุรกิจ อะไรคือจุดแข็งที่คุณมีแล้วคู๋แข่งอื่นๆไม่มี คุณมีความชำนาญหรือประสบการณ์อะไรที่เป็นประโยชน์กับธุรกิจของคุณบ้าง
เมื่อลูกค้าสามารถตอบคำถามด้านบนทั้งหมดนี้ได้อย่างขัดเจนแล้ว เราจึงก้าวเข้าสู่ขั้นต่อไปของการออกแบบ Business Model และการวางกลยุทธ์ด้านต่างๆของธุรกิจให้ลูกค้า เช่นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขาย การกระจายสินค้าและการตลาด

แต่สิ่งที่เราอยากย้ำกับทุกท่านตรงนี้คือ มีเพียง 20% ของลูกค้าเท่านั้นที่เราเคยให้คำปรึกษา แล้วสามารถตอบคำถามทั้ง 10 ข้อได้อย่างชัดเจนและสอดคล้องกัน ซึ่งนั่นหมายถึงลูกค้ารายนั้นมีความเข้าใจ ชัดเจนในเป้าหมายและมีความพร้อมจริงในการเริ่มต้นธุรกิจ
สุดท้าย การที่ลูกค้ายังไม่สามารถตอบคำถามทั้ง 10 ข้อนี้ได้ในวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าเค้าควรจะล้มเลิกความตั้งใจในการเริ่มธุรกิจ เพียงแต่เราต้องการชี้ให้เห็นว่านี่เป็นเพียงสัณญาณเตือนว่าลูกค้ายังไม่มีความชัดเจนในสิ่งที่เค้ากำลังจะเริ่มทำ เค้าควรกลับไปเตรียมความพร้อมมาให้มากกว่านี้อีกจนกระทั่งมีคำตอบที่ชัดเจนอยู่ในระดับก้นบึ้งของความคิดเรียบร้อยแล้วจึงกลับมาเริ่มตั้งต้นธุรกิจกันใหม่

อย่างน้อย การเริ่มต้นช้าไปเล็กน้อยแล้วประสบความสำเร็จ ย่อมดีกว่าการเริ่มต้นอย่างรีบเร่งแล้วนำมาซึ่งความเสียหายในตอนหลัง หรือที่เค้าเรียกว่า Slow But Sure ก็คงไม่ผิดนัก

ที่มา : www.facebook.com/trickofthetrade