ออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ให้โดนใจ

ออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ให้โดนใจ

การสื่อสารด้วยจดหมายอีเมล์ หรือแม้แต่การยกหูโทร.หากัน ดูเหมือนจะค่อยๆ หายไปจากสังคมแล้ว เพราะมีแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการโต้ตอบรวดเร็วทันใจอื่นๆ เข้ามาแทนที่ เพียงแค่จิ้มๆ กดมือถือ คุณก็สามารถส่งข้อความ บอกวัตถุประสงค์ส่งถึงคนที่คุณต้องการได้ในชั่วพริบตา แถมยังมีรูปแบบที่น่ารักเก๋ไก๋ บ่งบอกอารมณ์สีหน้าแทนผู้ส่งได้อย่างมีสไตล์อีกด้วย สิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงคือ “สติ๊กเกอร์” ที่ใช้ในแอพพลิเคชั่น “ไลน์” นั่นเอง

หลังจากที่ไลน์เปิดโครงการให้บุคคลทั่วไปสามารถส่งสติ๊กเกอร์เข้าในช็อป หรือ “Creators Market” ได้ ก็มีนักออกแบบทั้งไทยและเทศส่งเข้าร่วมมากมาย

เพียงสัปดาห์แรกของการเปิดตัว “อันดับหนึ่ง” ของชาร์ตที่แซงหน้าสติ๊กเกอร์กว่า 3,000 แบบ ที่ขึ้นครองแชมป์นานถึง 23 วันเต็ม เป็นผลงานของนักออกแบบไทย ที่สร้างสรรค์การ์ตูนน่ารักนามว่า “ติดลม” ควายน้อยตาหวานสัตว์พื้นบ้านไทยๆ เรานี่เอง

“เจ้าติดลม” มันมีความน่ารักน่าเอ็นดูอย่างไร ทำไมถึงครองใจชาวเน็ตได้นั้น ลองไปทำความรู้จักกับผู้สร้างสรรค์กัน “โอ-สัญญา ประเสิร์ฐภากร” คาแร็กเตอร์ดีไซเนอร์มือฉมัง คลุกคลีในแวดวงมากว่า 7 ปี

“โอ” เล่าว่า แม้ว่าตอนนี้จะทำงานคนเดียวในนาม “โอ ไซโล สตูดิโอ” แต่ก็มี “ไอดิจิ จำกัด” ดูแลด้านมาร์เก็ตติ้งให้ ส่วนตัวเองจบวารสารศาสตร์ แต่ไม่ได้เรียนด้านการออกแบบเลย แค่ชอบดูการ์ตูน ชอบวาดรูป ซึ่งนอกจากออกแบบคาแร็กเตอร์การ์ตูนต่างๆ ยังเป็นฟรีแลนซ์รับออกแบบงานในสายมัลติมีเดียต่างๆ

กับการถือกำเนิดของ “ติดลม” นั้น “โอ” เล่าว่า ออกแบบไว้ตั้งแต่ปี 2548 เพื่อใช้ประกวดในงานไทยแลนด์ แอนิเมชั่น แอนด์ มัลติมีเดีย (TAM) ในตอนนั้นวางคอนเซ็ปต์จะใส่ความเป็นไทยไว้ จึงไปตั้งหลักที่ว่าวไทยก่อน แล้วก็อยากจะได้สัตว์มาเสริม

“ผมไม่อยากได้ช้างหรือแมวสีสวาด มันเกร่อไป มานึกถึง ′ควาย′ เพราะส่วนตัวคิดว่ามันน่ารัก โดยเฉพาะดวงตา ถ้าสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่าควายมีขนตางอนยาว ตาหวาน ยิ่งเวลามันกะพริบตาจะดูหยาดเยิ้มมากๆ กอปรกับที่มันเป็นสัตว์บ้านๆ สัมผัสได้ง่าย”

“โอ” เริ่มวางคอนเซ็ปต์ให้ “ติดลม” โดยให้มันเป็นควายขนตางอน มีหางเป็นพุ่มรูปหัวใจ คาดผ้าขาวม้า ใส่กางเกงขาสั้นสีกากี ชอบวิ่งเล่นตามท้องทุ่ง เป็นควายช่างคิดช่างฝัน อยากจะบินได้ จึงคิดที่จะประดิษฐ์ว่าวยักษ์ทำให้ตัวเองลอยได้ และไม่จบเพียงแค่ว่าว มันยังต่อยอดไปเรื่องอื่นๆ อีกมาก เรียกว่าเป็น “ควายนักประดิษฐ์โอท็อป” มีบุคลิกสุภาพ ซื่อแต่ฉลาด เรียบร้อยแต่ไม่โง่ รู้ทุกเรื่องแต่ไม่เคยคุยโว ยอมรับว่าตัวเองโง่เพื่อให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

นอกจากนี้ยังมีแก๊งก๊วนจอมป่วนอีกด้วย ได้แก่ “นกเอี้ยงเฉวียง” นกรอบรู้ผู้เป็นไม้เบื่อไม้ เมากับติดลม มี “แก๊งริมรั้ว” แก๊งหมาสามตัว ได้แก่ “กระถิน-ต้อยติ่ง-ตำลึง” ที่เป็นแรงบันดาลใจให้คิดสร้างว่าว ทั้งนี้ ตัวละครแต่ละตัวจะมีหน้าที่ในเรื่องราวแตกต่างกันเพื่อสร้างสีสันให้เกิดขึ้น และในที่สุดก็สามารถคว้ารางวัลที่ 3 จากงาน TAM มาครองได้

ส่วนเส้นทางการเข้าสู่ไลน์มาร์เก็ต “โอ” เล่าว่า หลังจากที่ทราบว่าทางไลน์เปิดให้ส่งคาแร็กเตอร์ได้ตนก็สนใจทันที พอลองมาสำรวจตัวคาแร็กเตอร์ในช็อป (ไลน์) ปุ๊บ! โอ้โห! นี่มันฟาร์มหมาหรือฟาร์มแมวกันแน่ มีเยอะแยะไปหมด แมวน้ำหรือหมีก็มีเยอะ

แต่ก็ยังมีช่องว่างคาแร็กเตอร์อยู่ตัวหนึ่งที่ยังไม่มีใครทำ นั่นก็คือ “ควาย” และยังมีความเป็นไทยที่ชัดเจนมากด้วย ก็เลยเลือก “ติดลม”

พร้อมกับนำคำวัยรุ่นที่ฮิตติดหูกันบ่อยๆ เช่น จุงเบย, ฟินเฟ่อร์, รับแซ่บ, เงิบ ฯลฯ มาใช้ประกอบ โดยเฉพาะการเล่นว่าวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่เราอยากจะสื่อกับคนมากที่สุด

ด้วยความมุ้งมิ้งของ “ติดลม” ทำให้ยอดดาวน์โหลดพุ่งทะยาน “โอ” แย้มว่าในช่วง 20 วันแรกที่ขึ้นอันดับหนึ่ง ทางไลน์แจ้งมาว่าตอนนี้มียอดการดาวน์โหลดคิดเป็นเงินแล้วประมาณหลักล้านเยน!! (ไลน์ญี่ปุ่นบริษัทแม่นั้นจะทำการโอนรายได้ให้เป็นเงินเยนเท่านั้น) เป็นรายได้เน็ตๆ ที่ไลน์ได้หักไปแล้วในราคาขั้นสูงสุดที่ 50% และแน่นอนว่าจะมีชุด 2, 3 ตามมาเร็วๆ นี้

“โอ” วิเคราะห์ธุรกิจคาแร็กเตอร์ดีไซน์บ้านเราไว้น่าสนใจว่า น่าเสียดายที่ผู้ประกอบการหลายคนยังไม่ให้ความสำคัญ ทั้งๆ ที่มันสามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่านั้น อย่างตัวการ์ตูน “Tokidoki” คนที่ออกแบบลายให้ LeSportsac และ Onitsuka Tiger ทำจุดนี้สำเร็จ เพราะทั้งสองบริษัทให้ความสนใจ จากที่ราคารองเท้าคู่ละ 4 พันกว่า พอมีตัว Tokidoki ใส่ลงไปขายอัพราคาขึ้นมาเป็น 6 พันบาท นี่คือสิ่งที่ต่างประเทศให้ความสำคัญ ไม่เช่นนั้น “Bloody Bunny” คาแร็กเตอร์สัญชาติไทยแท้ๆ จะหนีไปเติบโตที่ญี่ปุ่นได้อย่างไร เพราะตลาดไทยยังไม่เห็นตรงจุดนี้

“ถึงอย่างนั้นผมก็ยังเห็นว่าตลาดการซื้อขายตัวคาแร็กเตอร์ในไลน์จะจุดประกายความหวังได้ เพราะนี่คือการซื้อตัวคาแร็กเตอร์จริงๆ เรากำลังกด 30 บาทเพื่อสั่งซื้อตัวการ์ตูนเพียวๆ นี่คือปรากฏการณ์ใหม่ ฉะนั้น ถ้าในมุมมองของคนทำคาแร็กเตอร์ดีไซน์ จึงอยากผลักดันเรื่องนี้ เพราะเมื่อมีคนเข้าใจว่ามันมีมูลค่า หลังจากนั้นคนทั้งวงการคาแร็กเตอร์ก็จะหันมาทำงานอย่างนี้มากขึ้น นักลงทุนก็จะหันมาสนใจจับงานด้านนี้มากขึ้นเช่นกัน”

เมื่อถามว่าฝันไว้บ้างหรือไม่ที่จะทำให้ “ติดลม” กลายเป็นการ์ตูแอนิเมชั่น มีชีวิตขึ้นมาจริงๆ ประกายตาของ “โอ” วาวขึ้นก่อนตอบว่า “ฝันเราไม่ได้จำกัดแค่แอนิเมชั่น แต่ฝันเราคือการขายลิขสิทธิ์ จะเป็นอะไรก็ได้ เป็นกระเป๋าก็ได้ เป็นแอนิเมชั่นก็ได้ แต่ถ้าถามว่าอยากเห็นไหม คงอยากเห็นที่มันเคลื่อนไหวได้ เป็นเรื่องราวที่เข้าใจตัวมันมากขึ้น”

นี่คือหนึ่งตัวอย่างของคนไทยมีฝีมือที่ไม่แพ้ชาติไหนๆ อย่าให้พวกเขายืนโดยลำพัง แรงหนุนแรงผลักดันของพวกเราจะช่วยให้คนเก่งเหล่านี้ยืนอยู่บนแถวหน้าในระดับโลกได้ในอนาคต

ที่มา นสพ.มติชน 

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ โดย นภาภรณ์ กิตติทวีสิน
www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1405494452
www.zylostudio.com