ความหมายของศิลปะ: กราฟฟิตี้ (Graffiti) ศิลปินแบงก์ซี่ (Banksy)

advertisements

ภาพ: ประติมากรรม โดย Banksy, ปี ค.ศ. 2013
สถานที่: ถ. ลัดโลว์ (Ludlow Street), มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ความหมายของศิลปะ: ศิลปะกราฟฟิตี้ (Graffiti) Banksy

ยุคนี้ความหมายของ “ศิลปะ” ผันแปรลื่นไหลไม่แน่นอนและดูจะไร้ขอบเขต พิพิธภัณฑ์ศิลปะหลายแห่งยอมรับและยกระดับ “กราฟฟิตี้” (graffiti) ที่คนรุ่นปู่ย่าหาว่า “มือบอน” ให้เป็น “งานศิลปะ” ที่ควรค่าแก่การเชิดชูและอนุรักษ์

นักวาดกราฟฟิตี้หลายคนมีชื่อเสียงเรียงนามระดับโลก งานที่บรรเลงบนกำแพงถูกบรรจงถอดออกไปขายหรือเก็บไว้ดูส่วนตัว ขัดแย้งพอสมควรกับปรัชญา “ข้าพ่น (สี) เพื่อมวลชน” ของศิลปินกราฟฟิตี้ (graffiti) รุ่นเก่า

ผู้เขียนคิดว่ากราฟฟิตี้ (graffiti) สวยๆ นั้นน่าทึ่งมาก เนื่องจากความที่มันผิดกฎหมาย ศิลปินแนวนี้เลยต้องซุ่มทำงานเฉพาะตอนกลางคืน ต้องสามารถวาดและพ่นสีอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าใครมาเจออาจได้ไปนอนเล่นในคุก

พูดถึงกราฟฟิตี้ (graffiti) ศิลปินแนวนี้ที่โด่งดังที่สุดในโลกวันนี้ชื่อ “แบงก์ซี่” – Banksy ศิลปินลึกลับชาวอังกฤษ ผู้ไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง แต่มีเอเยนต์ประจำตัว งานของเขาที่คนหัวหมอลงทุนตัดกำแพงทั้งชิ้นไปใส่กรอบล้วนแต่แพงระยับ ระดับหลายแสนจนถึงหลายล้านหรือสิบล้านบาท!

ในปี ค.ศ. 2013 แบงก์ซี่ (Banksy) ไปเยือนมหานครนิวยอร์ก ทำนิทรรศการสัญจรที่เขาตั้งชื่อว่า “Better Out Than In” (อยู่นอกดีกว่าใน) พ่นหรือวาดงานชิ้นละวันติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ก่อนเดินทางกลับอังกฤษ

ซอยหรือกำแพงไหนก็ตามที่ปรากฎจิตรกรรมฝาผนังหรือประติมากรรมของแบงก์ซี่ (Banksy) กลายเป็นสถานที่แสดงงานศิลปะแบบปัจจุบันทันด่วน แต่ทั้งหมดนี้ใช่จะหาง่าย เพราะพี่แกเล่นไม่บอกตำแหน่งแห่งที่เป๊ะๆ เวลาทำชิ้นใหม่เสร็จจะโพสบอก (บนเว็บและอินสตาแกรมเฉพาะกิจที่ทำขึ้นเพื่อการนี้) แต่เพียงว่าอยู่ “เขต” ไหน

ความที่มันหายาก ทำให้มวลชนเป็นร้อยเป็นพันแห่กันควานหางานของแบงก์ซี่ (Banksy) ช่วงที่เขาอยู่นิวยอร์กราวกับร่วมกันเล่นเกมปริศนาลึกลับ บางคนไปชมเพื่อบูชาครู แต่ศิลปินกราฟฟิตี้ท้องถิ่นหลายคนกลับไม่พอใจ มองว่าแบงก์ซี่ (Banksy) ในฐานะนักกราฟฟิตี้ต่างถิ่นมาหยามน้ำหน้า ไม่นับถือว่าเขตใครเขตมัน เจ้าถิ่นบางคนจึงจงใจมาขีดข่วนหรือพ่นสีทับผลงานของแบงก์ซี่ (Banksy) หลังจากที่คนอื่นได้ดูเพียงไม่กี่วัน

advertisements

ผู้เขียนโชคดีที่ได้ดูผลงานของแบงก์ซี่แปดชิ้นในช่วงนั้น เพราะทันอยู่นิวยอร์กพอดี ชิ้นที่ชอบที่สุดคือชิ้นในภาพ

ม้าใส่แว่นตรวจการณ์กลางคืนของทหารวิ่งตะบึงมาเป็นฝูงบนรถพ่วงพื้นขาว อยู่เบื้องหลังกลุ่มคนสไตล์คลาสสิกที่หดหัว ปิดหน้า หรือทำสีหน้าหวาดกลัวบนตัวรถสีดำ

แบงก์ซี่ (Banksy) สร้างงานศิลปะชิ้นนี้บนรถสองคัน ไม่ใช่กำแพงสองมิติเหมือนที่ผ่านมา ทำให้ดูลึกกว่าปกติ

งานชิ้นนี้ไม่ได้ “กวนตีน” ใครแบบที่เขามักจะทำ แต่เป็นงานวิพากษ์การเมืองที่อุกอาจชัดเจน โดยเฉพาะถ้าใครโทรศัพท์ไปที่เบอร์โทรฟรีซึ่งพ่นบอกบนถังใกล้คันรถ

ถ้าโทรไปเบอร์นี้ จะได้ยินเสียงเทปลับจากวีดีโอ “Collateral Murder” ยาว 39 นาที ที่พลทหาร เชลซี แมนนิง (Chelsea Manning) แอบปล่อยให้กับวิกิลีกส์ในปี ค.ศ. 2010 เป็นเทปเสียงพูดคุยและรัวปืนของทหารอเมริกัน ระหว่าง “ปฏิบัติการ” ในสงครามอิรักปี 2007 ซึ่งส่งผลให้คน 18 เสียชีวิต ในจำนวนนี้รวมช่างภาพของสำนักข่าวรอยเตอร์ และส่งผลให้เด็กสองคนได้รับบาดเจ็บ

เสียงประกอบงานของแบงก์ซี่ (Banksy) จบลงตรงคำกล่าวของทหารอเมริกันคนหนึ่งว่า “พวกเขาไม่ควรพาเด็กมาสมรภูมิที่คนรบกันด้วยปืน”

ความหายากและ “อยู่ไม่ทน” ของผลงานศิลปะของแบงก์ซี่ (Banksy) เป็นลักษณะที่ตัวศิลปินเองจงใจให้เกิด งานแต่ละชิ้นเปรียบเสมือนรุ้งกินน้ำที่อันตรธานหายไปได้ในชั่วข้ามคืน แม้หลังจากที่เขาโด่งดังเป็นพลุแตก แบงก์ซี่ (Banksy) ยังสรรค์สร้างงานใหม่ๆ บนกำแพงในที่สาธารณะ อยากให้คน “ค้นพบ” ผลงานในตรอกแคบๆ ใกล้ถังขยะ มากกว่าจะแขวนในพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่

อย่างไรก็ดี ความตึงเครียดระหว่างจิตวิญญาณของศิลปินกราฟฟิตี้ กับความสำเร็จเชิงพาณิชย์ ก็เป็นสิ่งที่แบงก์ซี่ต้องรับมือตลอดเวลา ในช่วงที่เขาอยู่นิวยอร์ก แบงก์ซี่ (Banksy) ให้สัมภาษณ์นิตยสาร The Voice (เขาเลือกติดต่อหนังสือพิมพ์ฉบับนี้เพราะชอบที่แจกฟรีให้กับคนทั่วไป) ตอนหนึ่งว่า

“ผมเริ่มวาดรูปบนท้องถนนเพราะมันเป็นสถานที่เดียวที่เปิดให้ผมแสดงงาน …แต่วันนี้ผมต้องวาดบนท้องถนนต่อไปเพื่อพิสูจน์กับตัวเองว่านี่ไม่ใช่แผนเยาะหยันใคร นอกจากนั้นมันก็ช่วยให้ผมประหยัดเงิน ไม่ต้องซื้อผ้าใบ”

“แต่สุดท้ายผมก็หลบเรื่องนี้ไม่ได้ครับ – ความสำเร็จเชิงพาณิชย์น่ะเป็นสัญลักษณ์แห่งความล้มเหลวสำหรับศิลปินกราฟฟิตี้ เราไม่ควรได้รับการโอบอุ้มจากสังคมอย่างนั้น ถ้าคุณมองว่าสังคมมอบรางวัลคนผิดๆ ขนาดไหน ก็ยากที่จะไม่มองว่า ผลตอบแทนทางการเงินคือ “ตราประทับ” ของความโหลยโท่ยธรรมดาที่เอาแต่ใจตัวเอง”
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.villagevoice.com/arts

ที่มา https://www.facebook.com/worldexhibits