สูตรการทำน้ำหมักชีวภาพสำหรับพืชแบบง่ายๆ (How to Make Bio-Fermented Water)

advertisements

สูตรการทำน้ำหมักชีวภาพสำหรับพืชแบบง่ายๆ (How to Make Bio-Fermented Water)
หลายคนอยากทำน้ำหมักชีวภาพไว้ใช้เอง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร? วันนี้ครูชาตรีเลยทำแผนภูมิการทำน้ำหมักชีวภาพหลายสูตรแบบง่ายๆ มาให้ทุกคนได้เรียนรู้กัน ส่วนใครจะไปต่อยอดอย่างไรก็ตามสะดวกนะครับ เพราะน้ำหมักชีวภาพก็เหมือนการทำกับข้าวให้พืช แล้วแต่พ่อครัวแต่ละคนจะใส่อะไรลงไปซึ่งสิ่งที่ใส่ลงไปก็ล้วนย่อยสลายเป็นอาหารสารบำรุงแก่พืชทั้งนั้นครับ

สูตรการทำน้ำหมักชีวภาพสำหรับพืชแบบง่ายๆ (How to Make Bio-Fermented Water)

แผนภูมิน้ำหมักชีวภาพเบื้องต้น
1. ภาพตรงกลาง เราเตรียมถังพลาสติกมีฝาปิด มา 1 ใบ เติมน้ำลงไป 20-30 ลิตร กากน้ำตาล 2 กก. หรือน้ำตาลทรายแดง 1 กก. ถ้ามีอย่างใดอย่างหนึ่ง เราเรียกว่า น้ำ Stock
2. ด้านซ้ายมือของถัง เป็นอีเอ็มที่เราจะนำมาใส่ในถัง เราสามารถหาอีเอ็มได้หลายอย่าง เช่น จากดินป่าดินจาวปลวก (ดินป่าดินจาวปลวก 1 ส่วน รำ 1 ส่วน แกลบดิบ 1 ส่วน ผสมน้ำหมาดๆ ใส่กะละมัง คลุมด้วยพลาสติกให้แน่น ทิ้งไว้ 5-6 วัน จะเกิดเส้นใยสีขาว จึงนำไปใส่ในถัง) หรืออีเอ็มจาก สารเร่ง (พด.2) กรมพัฒนาที่ดิน 1 ซอง หรือ ซื้ออีเอ็มสำเร็จรูปจากตลาด 1 ลิตร หรือจากหน่อกล้วย 2 หน่อ หรือเปลือกและตาสับปะรด 2-3 หัว
3. ด้านขวามือ เมื่อน้ำ STOCK เราใส่อีเอ็มลงไปแล้ว ก็จะกลายเป็นน้ำอีเอ็ม (เปรียบเหมือนน้ำซุปของพ่อครัว) อยู่ที่เราจะใส่อะไรลงไป และมีจุดประสงค์ที่เราจะบำรุงอะไรให้กับพืช เช่น บำรุงยอดก็เอายอดพืชมาหมัก บำรุงผลก็เอาผลไม้สุกมาหมัก ส่วนจะปรุงรสใส่อะไรเพิ่มเติมก็แล้วแต่ เช่น สูตรบำรุงยอดเราต้องการเร่งใบด้วยเราอาจะใส่นมสด หรือถั่วเหลืองลงไปหรือบางทีเรามีเศษปลาเยอะเราก็เอาเศษปลาใส่ลงไปด้วย

น้ำหมักชีวภาพไม่มีสูตรตายตัวที่แน่นอนครับ มีอะไรเราสามารถใส่ได้เลย
-ระยะเวลาในการทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อนำไปใช้ควรเกิน 1 เดือนขึ้นไปจึงจะได้ผลดี
-เวลาเราทำน้ำหมักชีวภาพแล้วมีกลิ่นเหม็น แก้โดยเพิ่มน้ำตาลให้เป็นอาหารจุลินทรีย์ เช่น กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง
-อัตรการใช้ ผักพืช ใบอ่อน ไม่ควรเกิน 50-70 ซีซี/น้ำ 20ลิตร พืชใบแก่ใบหนา 150 ซีซี/น้ำ 20ลิตร
น้ำหมักชีวภาพเข้มข้นใช้กำจัดวัชพืชได้ทำให้ใบไหม้และตายไม่ต่างจากยากรัมม๊อกโซน แต่..ถ้าใช้น้ำหมักชีวภาพกำจัดวัชพืชข้อเสียเหมือนน้ำหมักชีวภาพที่เรากำจัดวัชพืชเริ่มเจือจางจะกลายเป็นปุ๋ยอย่างดีให้วัชพืช วัชพืชจะงอกงามได้อย่างเต็มที่

ที่มา : www.facebook.com/cha.tisol 
www.facebook.com/photo.php?fbid=2008567369167174&set=a.185802974776965.44104.100000417923741&type=3&theater