รวมเว็บไซต์ดาวน์โหลดรูปและวิดีโอฟรีสำหรับงานออกแบบ งานเขียนบทความ (Free Stock Photos and Videos for Designer and Writer)

รวมเว็บไซต์ดาวน์โหลดรูปและวิดีโอฟรีสำหรับงานออกแบบ งานเขียนบทความออนไลน์ (Free Stock Photos and Videos for Designer and Writer)

รวมเว็บไซต์ดาวน์โหลดรูปและวิดีโอฟรีสำหรับงานออกแบบ งานเขียนบทความ (Free Stock Photos and Videos for Designer and Writer)

รวบเว็บไซต์ดาวน์โหลดภาพและวิดีโอฟรีสำหรับนักออกแบบและนักเขียนทั้งแบบนำไปใช้ส่วนบุคคลและสำหรับงานเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ควรอ่านเงื่อนไขการนำไปใช้ของแต่ละภาพก่อนดาวน์โหลดและนำไปใช้
รวมเว็บไซต์ดาวน์โหลดรูปและวิดีโอฟรีสำหรับงานออกแบบ งานเขียนบทความ (Free Stock Photos and Videos for Designer and Writer) Continue Reading →

รายชื่อสตูดิโอถ่ายภาพในกรุงเทพฯ Photo Studios in Bangkok

รายชื่อสตูดิโอถ่ายภาพในกรุงเทพ Photo Studios in Bangkok

รายชื่อสตูดิโอถ่ายภาพในกรุงเทพฯ Photo Studios in Bangkok

รายชื่อสตูดิโอถ่ายภาพในกรุงเทพฯ Photo Studios in Bangkok

Continue Reading →

Finding Vivian Maier คลี่ปริศนาภาพถ่าย วิเวียน ไมเออร์ สารคดีแห่งแรงบันดาลใจ ในการถ่ายภาพสตรีท (Street photography)

Finding Vivian Maier คลี่ปริศนาภาพถ่าย วิเวียน ไมเออร์ สารคดีแห่งแรงบันดาลใจ ในการถ่ายภาพสตรีท (Street photography)

สารคดีเรื่องราวของ วิเวียน ไมเออร์ (Vivian Maier) พี่เลี้ยงเด็กผู้เก็บสะสมภาพถ่ายของเขาเก็บปิดล็อกเอาไว้อย่างดี โดยไม่มีใครเห็น ก่อนจะถูกค้นพบโดย จอห์น มาลูฟ (John Maloof) ในปี ค.ศ. 2007 ได้ประมูลกล่องฟิล์มเนกาทีฟเพื่อหาภาพเก่ามาใช้ประกอบหนังสือประวัติศาสตร์ที่เขาเขียน เมื่อเปิดล็อก เขาตื่นตะลึงกับภาพถ่ายและเอกสารต่าง ๆ ถึงขนาดตะลุยทำภาพยนตร์สารคดีสืบหาเจ้าของภาพที่ชื่อ วิเวียน ไมเออร์ ว่าเป็นใคร? มาจากไหน? จากหลักฐานต่าง ๆ เหล่านั้น ทำให้เขาตามย้อนรอยกลับไปหาสถานที่ที่เวียน ไมเออร์ (Vivian Maier) เคยไป และพูดคุยกับคนที่เธอเคยพบเพื่อสืบหาตัวตนที่แท้จริงของเธอ

ไม่ว่าตัวตนของเธอที่แท้จริงของเธอจะเป็นอย่างไร? เราไม่อาจรู้ เราได้รู้จักความเป็นตัวตนของเธอเพียงจากคำบอกเล่าของผู้ที่เคยพบเจอกับวิเวียน ไมเออร์ (Vivian Maier) เท่านั้น แต่ที่แน่ ๆ ในศตวรรษที่ 21  ผลงานของเธอนอกจากจะเป็นหลักฐานบันทึกประวัติศาสตร์ในช่วงยุค 50 ในแง่ศิลปะการถ่ายภาพสตรีท (Street photography) วิเวียน ไมเออร์ (Vivian Maier) ได้รับการยกย่องจากช่างภาพมืออาชีพและผู้ที่ได้ชมผลงานของเธอ ว่าเป็นช่างภาพสตรีทที่มีฝีมือเป็นเลิศ นอกจากนี้ผลงานของเธอยังได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่สนใจการถ่ายภาพแนวสตรีท (Street photography) อีกด้วย

Finding Vivian Maier คลี่ปริศนาภาพถ่าย วิเวียน ไมเออร์ สารคดีแห่งแรงบันดาลใจ ในการถ่ายภาพสตรีท (Street photography)


วิดิโอตัวอย่างภาพยนตร์สารคดี Finding Vivian Maier คลี่ปริศนาภาพถ่าย วิเวียน ไมเออร์ 

ในขณะที่ภาพถ่ายของวิเวียน ไมเออร์ (Vivian Maier) ได้รับการยกย่องชื่นชม ภาพยนตร์ Finding Vivian Maier คลี่ปริศนาภาพถ่าย วิเวียน ไมเออร์ ของจอห์น มาลูฟ (John Maloof) ก็กวาดรางวัลมากมายและยังได้ลุ้นรางวัลสารคดียอดเยี่ยมเวทีออสการ์ปี 2015 อีกด้วย

อ่านเบื้องหลังกว่าจะเป็น Finding Vivian Maier  คลี่ปริศนาภาพถ่าย วิเวียน ไมเออร์  Finding Vivian Maier booklet
เว็บไซต์รวมภาพถ่ายของ www.vivianmaier.com
เว็บไซต์สารคดี www.findingvivianmaier.com

เว็บไซต์บทความThaiPublica : Finding Vivian Maier: คลี่ปริศนาภาพถ่ายวิเวียน ไมเออร์  http://thaipublica.org/2014/10/finding-vivian-maier/
เว็บไซต์ประวัติ ผลงาน และซื้อขายงาน https://www.artsy.net/artist/vivian-maier

เรื่อง: Learningstudio.info
แหล่งที่มา: www.facebook.com/DocumentaryClub

เทคนิคการถ่ายภาพ : ความไวแสง ISO คืออะไร?

ความไวแสง ISO คืออะไร?

ความไวแสง ISO ทำหน้าที่ควบคุมระดับความไวต่อแสงที่มากระทบของเซนเซอร์ภาพ การตั้งค่า ISO สูงๆ ทำให้เซนเซอร์กล้องของคุณไวต่อแสงมากขึ้น คุณจึงถ่ายภาพในที่มืดได้ ทั้งนี้ ISO ยังมีผลต่อภาพถ่ายของคุณในด้านอื่นๆ อีก (เรื่องโดย: Ryosuke Takahashi)

 

ความไวแสง ISO คืออะไร?

ความไวแสง ISO เป็นศัพท์กล้องที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง ISO ย่อมาจาก “International Organisation for Standardisation” ซึ่งหมายถึงส่วนประกอบที่กำหนดมาตรฐานสากล ในการถ่ายภาพดิจิตอล ความไวแสง ISO จะใช้ในการกำหนดความไวต่อแสงของเซนเซอร์ CMOS เช่นเดียวกับแนวคิดเรื่องความไวแสง ISO ระดับต่างๆ ในกล้องฟิล์ม เช่น ISO 100 และ 400 การเพิ่มค่า ISO นั้นจะเป็นการเพิ่มระดับความไวต่อแสง ตัวอย่างเช่น ในสภาพที่มีแสงน้อยซึ่งมักจะต้องใช้แฟลชช่วย เมื่อเพิ่มระดับความไวแสง ISO ก็กลับสามารถถ่ายภาพในบรรยากาศเช่นนี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งแฟลช เราได้เรียนรู้ในบทก่อนหน้านี้ว่า เราสามารถควบคุมระยะชัดลึกชัดตื้น (ปริมาณของโบเก้) ได้ด้วยค่ารูรับแสง และควบคุมการเคลื่อนที่ของวัตถุได้ด้วยความเร็วชัตเตอร์ ด้วยปริมาณการเปิดรับแสง (ปริมาณแสง) ที่เกิดขึ้นจากค่ารูรับแสงกับความเร็วชัตเตอร์ ผนวกกับความไวแสง ISO คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับการสื่อสารผ่านภาพถ่ายได้หลากหลายขึ้น

ความไวแสง ISO และค่าการเปิดรับแสง

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยความไวแสง ISO สูง

f/5.6

Manual exposure (1/800 วินาที, f/4)/ ISO 6400

ในภาพนี้ การเคลื่อนไหวของนักดนตรีถูก “หยุดนิ่ง” เพราะใช้ความเร็วชัตเตอร์สูง ผมไม่ยิงแสงแฟลช เพื่อจะไม่ลดทอนบรรยากาศจริงในภาพที่ได้ นี่เป็นตัวอย่างฉากที่มีแสงน้อย ซึ่งสามารถถ่ายไว้ได้อย่างสวยงามด้วยความไวแสง ISO สูงๆ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยความไวแสง ISO ต่ำ

Aperture-priority AE (1/25 วินาที, f/25)/ ISO 100

ในภาพนี้ ผมเลือกความไวแสง ISO ต่ำ แล้วลดขนาดรูรับแสงเพื่อให้ความเร็วชัตเตอร์ช้าลง การทำอย่างนั้นทำให้แสงหน้ารถและท้ายรถเบลอ และเกิดเส้นสายของแสงไฟขึ้นในภาพ

ความเร็วชัตเตอร์เพิ่มขึ้นตามความไวแสง ISO

การเพิ่มความไวแสง ISO เอื้อให้คุณสร้างสรรค์ภาพที่คมชัดได้แม้ในที่ซึ่งแสงสลัว ไม่เพียงเท่านั้น การเลือกความไวแสง ISO สูงในสถานที่ที่สว่างยังเป็นการเปิดให้เซนเซอร์ภาพรับเอาปริมาณแสงได้มากในเวลาอันสั้น ทำให้คุณใช้งานชัตเตอร์ความเร็วสูงกว่าเมื่อตั้งค่าความไวแสง ISO ต่ำ สำหรับการถ่ายภาพกีฬา เป็นธรรมดาที่จะใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงๆ อย่าง ISO 400 เมื่อถ่ายภาพในช่วงกลางวัน

ISO 200, 1/50 วินาที

ISO 800, 1/200 วินาที

กับภาพที่ถ่ายด้วยความเร็วชัตเตอร์ 1/200 วินาทีนั้น ผมสามารถ “หยุด” ชั่วขณะที่ตัวแบบกระโดดได้อย่างที่ต้องการ สต็อปของความไวแสง ISO จะสอดคล้องไปทางเดียวกันกับสต็อปของความเร็วชัตเตอร์

การลดจุดรบกวนหลายภาพ (Multi Shot Noise Reduction) ช่วยลดจุดรบกวนที่ความไวแสง ISO สูง

จุดรบกวนเกิดขึ้นเมื่อมีความผิดปกติในคลื่นสัญญาณขณะที่กำลังแปลงแสงที่ได้รับบนเซนเซอร์ CMOS ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า หรือเมื่อขยายสัญญาณ โดยปกติ จุดรบกวนมีแนวโน้มจะเกิดมากขึ้นเมื่อใช้ความไวแสง ISO สูง อย่างไรก็ตาม สำหรับซีรีย์ EOS กล้องจะมีเซนเซอร์ภาพ CMOS ซึ่งสามารถลดจุดรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ระบบประมวลผลภาพสมรรถนะสูง (DIGIC) ก็ทำงานเพื่อขจัดจุดรบกวนเช่นกัน อาทิ กล้องที่มาพร้อมกับ DIGIC 5 จะไม่มีจุดรบกวนปรากฏให้เห็นเมื่อใช้ความไวแสงสูงถึง ISO 6400 กระทั่งภาพที่ถ่ายด้วย ISO 25600 ยังสามารถนำมาพิมพ์ภาพขนาด 3R ได้ ขณะเดียวกัน กล้องที่วางขายในปี 2012 หรือหลังจากนั้นต่างมีคุณสมบัติ “การลดจุดรบกวนหลายภาพ” ซึ่งจะถ่ายภาพต่อเนื่องสี่ภาพเมื่อกดชัตเตอร์หนึ่งครั้ง และรวมภาพเข้าด้วยกันโดยอัตโนมัติเพื่อขจัดจุดรบกวนในภาพ

ภาพถ่ายที่ใช้การลดจุดรบกวนหลายภาพ

แม้ในเวลาที่ถ่ายภาพด้วยความไวแสง ISO สูงถึง 12800 จุดรบกวนก็ลดลงอย่างมากด้วยคุณสมบัติ การลดจุดรบกวนหลายภาพ

จุดรบกวนคืออะไร?

จุดรบกวน (Noise) หมายถึง จุดที่ปรากฏบนภาพเมื่อถ่ายด้วยความไวแสง ISO สูง ในการเพิ่มระดับความไวแสง ISO นั้นจำเป็นต้องขยายสัญญาณไฟฟ้า สัญญาณรบกวนจะเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการนี้ จุดรบกวนเป็นลักษณะเฉพาะที่เกิดขึ้นในกล้องดิจิตอล โดยระดับของจุดรบกวนที่ยอมรับได้นั้นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล

จุดรบกวนที่ปรากฏตามระดับความไวแสง ISO

ISO 100

ISO 200

ISO 400

ISO 800

ISO 1600

ISO 3200

ISO 6400

ISO 12800

ISO 25600

Ryosuke Takahashi

เกิดที่จังหวัดไอชิเมื่อปี 1960 Takahashi เริ่มทำงานอิสระในปี 1987 หลังจากทำงานในสตูดิโอถ่ายภาพโฆษณาและสำนักพิมพ์ และเนื่องจากรับถ่ายภาพให้กับนิตยสารชื่อดัง เขาจึงได้เดินทางจากที่อยู่ประจำ คือ ญี่ปุ่นและจีน ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก และเขาก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของ Japan Professional Photographers Society (JPS) ด้วย

การถ่ายภาพแนวไลฟ์สไตล์ (lifestyle photography)

lifestyle photoghapy

ที่มารูปภาพ: http://blog.roxy.com

 

Don’t Pose, Direct by Ben Sasso

– หนึ่งในหน้าที่ของช่างภาพแนวไลฟ์สไตล์คือ สร้างความเป็นธรรมชาติให้ตัวแบบ

– เวลาคนดูภาพของคุณ เขาควรจะรู้สึกว่า ภาพนั้นคือเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นเองอยู่แล้ว ตัวคุณแค่บังเอิญผ่านไปเห็นเข้าและถ่ายมาเท่านั้นเอง

– ถ้าคนดูภาพของคุณแล้วรู้สึกว่า นางแบบดูแข็งดูตั้งใจโพสมากเกินไป อันนั้นคือไม่เวิร์คละ

– เรามาลองดูโฆษณาของ Roxy เป็นตัวอย่าง นางแบบในภาพดูจะโคตรชิล เธอปั่นจักรยานวินเทจเก๋ๆไปตามทางลาดยาว และออกไปสนุกสนานกับเกรียวคลื่นท่าม กลางแดดยามเย็น ดูรูปพวกนี้แล้ว เราจะรู้สึกว่า พวกเธอช่างมีชีวิตสนุกสนาน เสียราวกับว่าโลกนี้ไม่มีอะไรให้กลุ้มใจ

– แต่ถ้าถามว่าในชีวิตจริงพวกเธอเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า? ก็ไม่นะ พวกเธอก็เป็นปุถุชนคนหนึ่งที่มีค่าเช่าบ้านต้องจ่าย มีจานชามที่ต้องล้างเหมือนเราๆนั้นแหละ เพียงแต่ว่าระหว่างถ่ายโฆษณานั้น พวกเธอถูกกำกับให้อยู่ในบทบาทของมนุษย์โลกชิลพวกนั้นอยู่

– หน้าที่ของช่างอย่างเราๆคือสร้างเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ด้วยการกำกับอารมณ์ของพวกเธอ

– ส่วนตัวแล้วผมจะชอบให้โมเดลของผม ‘แสดงบทบาท’ มากกว่า ‘โพสท่า’

– แทนที่จะสั่งโพสท่าแข็งๆ ผมมักจะบอกให้พวกเเธอเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ปรับเปลี่ยนและทดลองท่าใหม่ๆไปเรื่อยๆ โดยก่อนการถ่ายทำ ผมจะกล่าวกับพวกเเธอเลยว่า ขยับตัวไปมาได้เต็มที่เลยนะ อยากทำท่าอะไรก็ตามใจเลย ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สวย เพราะยังไง คนเราก็ไม่สามารถจะดูสวยทุกองศาทุกการ เคลื่อนไหวได้อยู่แล้ว แต่ถ้าคุณยิ่งขยับตัวมาก เราก็ยิ่งจะมีโอกาสภาพดีๆมากขึ้น

– ตอนที่คุณทำงานกับนางแบบนายแบบทั้งหลาย ให้คิดว่าคุณเป็นผู้กำกับหนัง ไม่ใช่ช่างภาพ อย่าบอกเธอว่า “ยืนตรงนี้นะ เงยหน้าเล็กน้อย สายตามองทางซ้ายมือของกล้อง” แต่อธิบายให้พวกเธอฟังว่า ตัวละครของเธอเป็นยังไง และก็แค่ปล่อยให้พวกเธอค่อยๆสวมบทบาทเป็นคาร์แรคเตอร์นั้นๆ ยกตัวอย่างว่า ถ้าผมไปถ่ายโฆษณาให้กับ Roxy ผมจะบอกเธอว่า เธอเป็นผู้หญิงชิลๆ รักการโต้คลื่น เธอไม่มีปัญหาเรื่องเงินทอง การบ้าน ดาวน์รถหรือใดๆให้ปวดกบาลทั้งสิ้น นาทีนั้น เธอแค่อยากออกไปรื่นรมณ์รับแสงแดดช่วงฤดูร้อน

– การกำกับเธอแบบนี้จะช่วยให้เธอมีอิสระในการกำหนดท่าทางของตัวเองมากกว่า กลับกัน ถ้าคุณไปยืนสั่งๆอยู่ฝ่ายเดียว เธอจะไม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์เลย

– ที่ผมพูดๆมาทั้งหมดนี่ก็อย่าเข้าใจผมผิดนะ การสั่งให้นางแบบโพสท่าที่เราต้องการ เป๊ะๆบ้าง บางครั้งบางคราวก็ช่วยให้คุณได้ภาพที่ดีได้เช่นกัน เพียงแต่ว่าอย่าสั่งโพสติดต่อ กันนานๆเท่านั้นแหละ

– นอกจากสร้างตัวละครให้นางแบบของคุณแล้ว คุณก็ควรจะสร้างฉากเหตุการณ์ให้กับพวกเธอด้วย พอเธอรู้ตัวละครของตัวเองแล้ว อธิบายให้เธอฟังต่อว่าเธออยู่ในเหตุการณ์แบบไหน เช่นว่า ถ้าผมไปถ่ายฉากชายหาด ผมจะนางแบบว่า ตัวละครของเธอนั้นกำลังมาเที่ยวทะเลกับแฟนคนใหม่ของเธอ ชายหนุ่มคนนี้บ้ากล้องมากและพยายามจะตามถ่ายรูปเธอตลอดเวลา แต่ตัวเธอก็พยายามปัดป้อง ประมาณว่า ไม่เอา ไม่อยากโดนถ่าย แต่ขณะเดียวกันก็มีอ่อยท่าและหยอกล้อกับกล้องบางจังหวะ

– การกำกับนางแบบด้วยการสร้างซีนจากเหตุการณ์จริงแบบนี้ ภาพที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติและสามารถเชื่อมโยงกับอารมณ์คนดูได้มากกว่าการสั่งโพส เพราะการโพสท่านั้นไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ปกติเขาทำกันในชีวิตประจำวัน

– การร่วมงานกับนางแบบอาชีพอาจดูว่าง่าย เพราะเราคงคิดว่าพวกเธอคงโปรกันอยู่แล้ว แต่ความจริงคือ นางแบบนายแบบก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน พวกเขามีความรู้สึกเขินอายและประหม่าหน้ากล้องไม่ต่างจากพวกเรานั่นแหละ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณเห็นพวกเธอดูเกร็งๆเครียดๆ คุณต้องรีบกำจัดบรรยากาศนั้นออกไปทันที คุณต้องแสดงให้พวกเธอเห็นว่า เฮ้ย ฉันไม่เห็นจะต้องอายเลย

– เรื่องแบบนี้เกิดบ่อยครั้ง โดยเฉพาะตอนผมทำงานกับนางแบบหน้าใหม่ทั้งหลาย ถ้าผมเริ่มเห็นว่าพวกเธอดูกั๊กๆเกร็งๆเมื่อไร วิธีแก้คือ ผมจะเดินเข้าไปสาธิตท่าทางให้พวกเธอดู โดยผมจะทำท่าให้มันใหญ่ๆเวอร์ๆอุบาทๆเข้าไว้ เธอจะได้หัวเราะและบรรยากาศก็ผ่อนคลาย ส่วนใหญ่เวลาผมเข้าไปสาธิตท่าทางตลกๆพวกนั้น นางแบบก็กล้าแสดงออกมากขึ้น เพราะอุ่นใจแล้วว่า ยังไง กูไม่มีทางท่าทุเรศอีตานี่แน่ๆ

– เมื่อนางแบบคลายความกังวลลง และคุณกลับมาถ่ายต่อ อย่าลืมเอ่ยปากชมพวกเธอมากๆ เธอจะได้มีกำลังใจและมั่นใจในท่าทางของเธอ

– ขอสรุปอีกครั้ง การถ่ายภาพที่ดูเป็นธรรมชาติ อาจฟังเหมือนยาก แต่จริงๆมันง่ายกว่าที่คิด จำไว้ว่า อย่าเอาแต่สั่งโพสลูกเดียว ให้กำกับด้วยการบรีฟตัวละครและเหตุการณ์ จากนั้นก็เชื่อมั่นในตัวแบบของคุณ พร้อมกับกล่าวให้กำลังใจเธอเยอะๆเท่านั้นเอง

– แถม- หนึ่งในไม้ตายผมอันนึงในการถ่ายทำคือ บอกให้นางแบบลองหัวเราะ ขณะที่ออกเสียงสระ (เอ อี ไอ โอ ยู) ดังๆ วิธีการนี้จะทำให้เราได้รอยยิ้มและท่าแฮปปี้ที่หลากลายมากขึ้น

ที่มา: www.facebook.com/BenzThanachart
bensasso.com/blog/shoot-tips-dont-pose-direct